วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569

“วันนอร์-ทวี สอดส่อง” ย้ำจุดยืนพรรคประชาชาติ ชูการเมืองสีขาว-ไม่พึ่งทุนสีเทา ชูพรรคประชาชาติ พื้นที่แห่งพหุวัฒนธรรม ย้ำภารกิจ “สร้างคน” เพื่ออนาคตประเทศ

(9 มกราคม 2568) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, รศ.ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคประชาชาติ, นายวรวีร์ มะกูดี แกนนำพรรคประชาชาติ และคณะ ลงพื้นที่ พบปะผู้นำศาสนาและประชาชน พื้นที่เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ณ ซอยผดุงพันธ์ 29 ถนนผดุงพันธ์ แขวงหนองจอก โดยมี นายภักดี มะแอ อุปนายกสมาคมผู้ประกอบกิจการฮัจย์ภาคใต้ นำกลุ่มมวลชนและผู้ศาสนาในพื้นที่ให้การต้อนรับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ขึ้นกล่าวกับมวลชนที่เดินทางมาในวันนี้ เน้นย้ำความสำคัญของการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย โดยเชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ เพื่อให้ได้คนดีมาทำหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของสังคมและบ้านเมือง




[การเลือกตั้งคือภารกิจของทุกคน]

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ระบุ ประชาชนทุกคนมีหน้าที่สำคัญในการกำหนดอนาคตประเทศ โดยเฉพาะการเลือกตั้งครั้งนี้ที่มีบัตร 2 ใบ คือเลือก สส. เขต และเลือก สส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่ไว้วางใจ ทั้งนี้ พรรคประชาชาติส่งผู้สมัคร สส. เขต เพียง 15 เขต ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหลัก และเน้นการส่ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ ให้คนทั้งประเทศได้ร่วมสนับสนุน พร้อมชี้แจงสาเหตุที่ไม่ส่งครบทุกเขตเนื่องจากเป็นพรรคที่เกิดขึ้นใหม่ แต่ก็มีจุดยืนชัดเจนเรื่อง “ทุนสีขาว”

"การทำพรรคการเมืองต้องใช้ทุน แต่เราเน้นทุนสีขาวที่สะอาด เราไม่เอาทุนสีเทาหรือเกือบดำ เพราะเป้าหมายของเราคือการปกป้องความถูกต้อง ป้องกันศาสนา ดูแลการศึกษา และปกป้องทุกชาติพันธุ์" นายวันนอร์ กล่าว

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ได้เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายของพรรคที่มุ่งเน้นการตอบโจทย์วิถีชีวิตและแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะในกลุ่มพี่น้องมุสลิม ผ่านกลยุทธ์สำคัญ 3 ด้าน โดย ระบุว่าพรรคประชาชาติยึดถือแนวทาง “ประชาชาติสร้างคน” โดยเน้นการลงทุนในเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด พร้อมชู 3 นโยบายหลัก ได้แก่ 1.)การเงินปลอดดอกเบี้ย มุ่งสร้างระบบการเงินที่สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลาม เพื่อลดภาระและสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชน 2.)ระบบสังคม เศรษฐกิจ และอาหารฮาลาล: ผลักดันให้เรื่องฮาลาลเป็นกลไกสำคัญในทุกมิติ ไม่ใช่แค่เรื่องอาหาร แต่รวมถึงวิถีชีวิตและเศรษฐกิจภาพรวม 3.)การลดความเหลื่อมล้ำ: ผ่านการส่งเสริมการบริจาคและการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง


[“สร้างคน” คือการสร้างชาติ]

หัวหน้าพรรคประชาชาติ ย้ำว่า การดูแลเด็กตั้งแต่อายุยังน้อยเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเปรียบเทียบกับหลักศาสนาอิสลามที่ให้ความสำคัญกับการดูแลเด็กกำพร้าและการพัฒนาเยาวชนให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ “เราต้องการสร้างผู้ใหญ่ที่สมองเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่สมองเป็นเด็กมาบริหารประเทศ” พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กล่าวทิ้งท้าย

วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ลงพื้นที่ วัดประชุมชลธารา จังหวัดนราธิวาส ชูแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ชี้ ความร่วมมือของประชาชนในวันนี้คือสัญญาณบวกด้านสันติภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก วัดประชุมชลธารา ตำบลสุไหงปาดี อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ว่า พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ลำดับที่ 1 ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงทิศทางการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่า ภาพความร่วมมือของประชาชนในวันนี้คือสัญญาณบวกด้านสันติภาพที่เริ่มจากฐานราก อย่างไรก็ตาม ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่มีความซับซ้อนเกินกว่ามิติยาเสพติดหรือความยุติธรรมเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่ “โครงสร้างทางกฎหมาย”

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เสนอแนวคิดว่า ในสภาวะที่การยกเลิกกฎอัยการศึกหรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ยังมีความเห็นต่างในสังคมสูง ทางออกที่ทำได้จริงคือการ “ปฏิรูปกฎหมาย ศอ.บต.” 

"เรามีแนวคิดว่า แทนที่จะสร้างกฎหมายใหม่ที่ตกลงกันยาก เราควรนำ พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีอยู่เดิม มาทำการแก้ไขและปรับปรุงให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง“ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กล่าว


นอกจากประเด็นกฎหมายความมั่นคง พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ยังได้เชื่อมโยงถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยหยิบยกสถิติการลงประชามติเมื่อปี 2559 มาเป็นบทเรียนสำคัญ

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ระบุว่า "เมื่อปี 2559 จังหวัดนราธิวาส เป็นจังหวัดที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากปัตตานี วันนี้เราทดลองใช้มาเกือบ 10 ปีแล้ว ถึงเวลาที่ต้องมาดูว่าทัศนคติของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างไรต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น" 

การลงพื้นที่วัดประชุมชลธารา ของหัวหน้าพรรคประชาชาติในครั้งนี้ เป็นความพยายามในการสื่อสารทางการเมืองผ่านกิจกรรมพหุวัฒนธรรม เพื่อชี้ให้เห็นว่า "ศูนย์รวมจิตใจ" อย่างสามารถลดกำแพงความขัดแย้งได้ และรัฐควรนำโมเดลการยอมรับความแตกต่างนี้ไปใช้ในระดับนโยบายและการแก้ไขกฎหมายในอนาคต



วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ชี้ ประชามติต้องโปร่งใส-ประชาชนต้องมีส่วนร่วม

(วันที่ 4 มกราคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานจากโรงแรม อมารี กรุงเทพ ประตูน้ำ ว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางมาประชุมภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ครั้งที่ 1/2569 ในหัวข้อ: “โครงการรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญ” โดยความร่วมมือระหว่างภาคประชาสังคมกับพรรคการเมือง นำโดย นายโคทม อารียา ในนามภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ณ ห้องประตูน้ำ ชั้น 7 ก่อนจะมีการแถลงข่าวและแถลงผลการประชุมต่อสื่อมวลชน ณ ห้องบุรีรมย์ ชั้น 5 ในเวลา 16.00 น.

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงต่อสื่อมวลชน ยืนยันว่าทุกพรรคการเมืองที่มาร่วมในวันนี้ มีมติเห็นพ้องต้องกันในการสนับสนุนให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตยและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน


พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ให้ความสำคัญเรื่องการจะทำอย่างไรให้การทำประชามติเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง โดยเน้นย้ำเรื่อง 1)การเข้าถึงข้อมูล: ประชาชนต้องไม่ขาดข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นต่อการตัดสินใจ 2) เสรีภาพ: กระบวนการทำประชามติจะต้องเกิดขึ้นภายใต้บรรยากาศที่มีเสรีภาพในการแสดงออก 3.)การมีส่วนร่วม: เรียกร้องให้ทั้งนักวิชาการ และทุกภาคส่วนในสังคมเข้ามามีบทบาทในกระบวนการนี้ เนื่องจากเหลือเวลาอีกเพียงประมาณ 35 วัน ก่อนจะถึงวันลงคะแนน

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ได้กล่าวถึงบทเรียนจากอดีตและพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยได้ยกตัวอย่างสถิติการลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 (ฉบับปี 2559) โดยระบุว่าในพื้นที่จังหวัดปัตตานี เป็นจังหวัดที่ "ไม่รับ" ร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวมากที่สุด ตามด้วยนราธิวาส และยะลา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่แตกต่างในพื้นที่ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่การทำประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้ ประชาชนจะต้องมีความเข้าใจในเนื้อหาอย่างแท้จริง


"ปัญหาสำคัญคือจะทำอย่างไรให้กระบวนการนี้ ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วนและมีเสรีภาพ เพื่อให้รัฐธรรมนูญนี้เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง" - พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าว