วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

"ทวี สอดส่อง" รำลึก 30 ปี สดุดีวีรชนพฤษภา 35

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ ว่า เมื่อเวลา 09.00น. ที่ผ่านมา พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย นายมนตรี บุญจรัส รองโฆษกพรรคประชาชาติ เดินทางมาร่วมงานรำลึกครบรอบ 30 ปี สืบสานวีรชน “30 ปี พฤษภาประชาธรรม” โดยภาคเช้ามีพิธีวางมาลา และพิธีรำลึก 30 ปี สดุดีวีรชนพฤษภาประชาธรรม 


พันตำรวจเอกทวี กล่าวว่า วันที่ 17 พฤษภาคมของทุกปี คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 มูลนิธิพฤษภาประชาธรรม จัดงานรำลึกถึงเหตุการณ์ระหว่างวันที่ 17-20 พฤษภาคม 2535 ที่วีระชนนักศึกษาและประชาชนออกมาชุมนุมต่อต้านการสืบทอดอำนาจ จากการเข้าร่วมการทำรัฐประหารรัฐบาล พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 ได้มีการก่อตั้งคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ขึ้น โดยการนำของ พล.อ. สุนทร คงสมพงษ์ และ พล.อ. สุจินดา คราประยูร เป็นรองหัวหน้าคณะ และขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2535 วาทะกรรม “เสียสัตย์เพื่อชาติ” จนนักศึกษาและประชาชนออกมาชุมนุมต่อต้านการสืบทอดอำนาจจนเกิดเหตุการณ์นองเลือดครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองไทย ที่ได้รับการขนานนามว่าเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก


พันตำรวจเอกทวี กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีประเทศไทย มีข้อสังเกตว่า  “เดือนพฤษภาคม หรือเดือนมิถุนายน” มักจะเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทยที่เป็นเหตุการณ์การแปลนแปลงโครงสร้างที่สำคัญ อาทิ

-24 มิถุนายน 2475 – วันเปลี่ยนแปลงการปกครอง  เป็นวันสำคัญสำหรับการสร้างประชาธิปไตยในประเทศไทย เพราะเป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย 

-15 มิถุนายน 2505 – ศาลโลกตัดสินให้ ‘ตัวปราสาทพระวิหาร’ เป็นของกัมพูชา ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อปี 2501 จากปัญหาการอ้างสิทธิ์เหนือบริเวณปราสาทพระวิหาร ซึ่งตั้งอยู่ที่ชายแดนไทยด้านอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และชายแดนกัมพูชาด้านจังหวัดพระวิหาร ฝ่ายกัมพูชาและฝ่ายไทยได้ยินยอมให้มีการพิจารณาปัญหาดังกล่าวขึ้นที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อปี 2502 และวันที่ 15 มิถุนายน 2505 ศาลโลกตัดสินด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 3 ให้ตัวปราสาทพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา และคะแนนเสียง 7 ต่อ 5 ตัดสินว่าไทยต้องคืนวัตถุสิ่งประติมากรรม แผ่นศิลาส่วนปรักหักพังของอนุสาวรีย์รูปหินทราย เครื่องปั้นดินเผาโบราณ และปราสาทหรือบริเวณเขาพระวิหารให้แก่กัมพูชา เป็นต้น

พันตำรวจเอกทวี กล่าวอีกว่า “ขอรำลึกในเกียรติคุณและอุดมการณ์อันสูงส่งของวีระชนพฤษภาคม 2535 ที่พลีชีพจากการเรียกร้องประชาธิปไตยและไม่ต้องการให้สืบทอดอำนาจเผด็จการ ที่กลายเป็นอดีตหรือประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจลืมเลือนได้ เป็นบทเรียนให้สังคมไทยต้องไม่ให้เกิดการนองเลือดอีก และสามารถอยู่ร่วมกันได้ท่ามกลางความเห็นต่าง และต้องเปิดความจริงทุกด้านให้เป็นบทเรียนแก่ทุกฝ่าย อดีตหรือประวัติศาสตร์ถือเป็นสมบัติของทุกคนบนโลก  ‘คนฉลาดเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต แต่จะฉลาดกว่าถ้าเรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่น’ เพื่อเป็นบทเรียนประยุกต์ใช้ให้เกิดสันติภาพและประโยชน์สุขแก่ปวงชน”





วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

"ทวี" ระดมความเห็นนักศึกษา หนุนรัฐสวัสดิการ

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ศูนย์การเรียนรู้พรรคประชาชาติ รามคำแหง 59 กรุงเทพฯ ว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อมคณะ เดินทางมารับฟังความเห็นของกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำโดย นายกิตติวัฒน์ อึ้งเจริญ นายศุภณัฐ กิ่งแก้ว นายชนินทร์ วงษ์ศรี ที่นำเสนอข้อมูลทางด้านนโยบายรัฐสวัสดิการ ต่อผู้บริหารพรรคประชาชาติ


พันตำรวจเอกทวี กล่าวว่า “วันนี้ มารับฟังการนำเสนอ ระดมความเห็น ทิศทางของการพัฒนาประเทศ นโยบายของพรรคประชาชาติ ให้ความสำคัญกับรัฐสวัสดิการ เพราะเห็นว่าการแก้ปัญหาของชาติในปัจจุบัน ไม่มีใครสามารถแก้ได้ นอกจากการนำรัฐสวัสดิการมาใช้ ปัญหาของประเทศ คือ งบประมาณไม่ได้ถูกกระจายเข้าไปในท้องถิ่นและชุมชน ส่วนเรื่องการศึกษานั้น นโยบายของพรรคประชาชาติ คือ การ “เรียนฟรี” ตามความถนัดของผู้เรียนและศักยภาพ จะถึงปริญญาตรีหรือปริญญาเอกก็ตามศักยภาพอย่างมีคุณภาพ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องมุ่งเน้นให้ประชาชนมีสวัสดิการที่ดีขึ้น ทั้งเรื่องการศึกษา เรื่องแรงงานที่ต้องมีรายได้สูงขึ้นเท่าค่าครองชีพเพื่อให้แรงงานมีคุณภาพดำรงชีวิตอยู่ได้ เราต้องแก้ความทุกข์ของประชาชน และเราต้องใช้การกระจายอำนาจไปสู่ประชาชน และต้องมีสวัสดิการถ้วนหน้าไม่ใช่กระจายอำนาจอย่างเดียวครับ” 


ทางด้าน นายกิตติวัฒน์ อึ้งเจริญ ระบุว่า วันนี้ได้มีโอกาสมานำเสนอนโยบายด้านรัฐสวัสดิการ ให้กับคณะผู้บริหารพรรคประชาชาติ มุ่งหวังว่า พรรคประชาชาติ จะมีนโยบายเรื่องรัฐสวัสดิการต่อประชาชน รัฐสวัสดิการไม่ใช่เครื่องมือที่ขจัดความยากจน แต่เป็นเครื่องมือที่ขจัดความเหลื่อมล้ำ 


ทางด้าน นาย ศุภณัฐ กิ่งแก้ว ได้ระบุว่า ค่าแรงคนไทยปัจจุบันต่ำกว่าค่าครองชีพส่งผลให้คนไทยต้องกู้เงินเพื่อใช้จ่ายจนมีหนี้สูงขึ้นเรื่อย ๆ จากปี 2554 ที่หนี้ครัวเรือนมีประมาณ 8.8 ล้านล้านบาท แต่ปัจจุบันสูงถึง 14 ล้านล้านบาท จึงเสนอให้ปรับค่าแรงขั้นต่ำที่ 600-700 บาท/วัน 


ส่วน นาย ชนินทร์ วงษ์ศรี ได้ระบุว่า การจะสร้างรัฐสวัสดิการ จะต้องมีการกระจายอำนาจ ซึ่งการกระจายอำนาจจะนำมาสู่การพัฒนาที่ตอบโจทย์ของคนในพื้นที่ อาจจะนำมาสู่การสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง และคณะ ได้ประชุมจนถึงเวลา 19.00น. และร่วมรับประทานอาหารกับกลุ่มนักศึกษา ก่อนเดินทางกลับ

























วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

"ทวี" ส่งเสริมการศึกษาเยาวชน แนะรัฐลดเงื่อนไข-ฟังเสียงประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก หอประชุมมูลนิธิมะทา อ.เมือง จ.ยะลา ว่า วันนี้ (14 พฤษภาคม 2565) พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ เดินทางมาร่วมงาน "เราคือพี่น้องกัน SATU HATI ประชาชาติไม่ทิ้งประชาชน" พร้อมกล่าวแสดงทัศนะกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า "วันนี้ผมรู้สึกมีความตั้งใจกับความดีใจที่ได้มาทำกิจกรรมที่เป็นความคิดริเริ่มของพี่น้องในพื้นที่กิจกรรมที่มีความสำคัญในเรื่องการศึกษา ยังจำได้ว่า ตอนที่เข้ามาอยู่ ศอ.บต. มีปัญหาอยู่สามประการใหญ่ๆ คือ 1.คนยากจน 2.คนเจ็บป่วย 3.คนไม่มีความรู้ ซึ่งทั้งสามข้อเป็นเรื่องที่จะต้องช่วยเหลือ แต่ถ้าจำเป็นที่จะต้องเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่งก่อน มีคำถามอยู่ว่าจะเลือกสิ่งใด ท่านประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดยะลา ท่านเป็นผู้ตอบว่า ถ้าจะต้องเลือกก็จะเลือกข้อสามคนไม่มีความรู้ เพราะจะต้องทำให้คนมีความรู้ ก็คือเลือกเรื่องการศึกษาก่อน" 

"ในช่วงที่เกิด โควิด-19 เราจะเห็นว่า เมื่อเกิดโควิดสิ่งที่นายกประยุทธ์กับคณะได้เลือกก่อนก็คือ เลือกปิดโรงเรียนก่อน เลือกปิดความรู้ก่อน พอปิดโรงเรียนจะด้วยเหตุอะไรก็ตาม ก็ไปเรื่องปิดเศรษฐกิจ ปิดประเทศ แต่พอจะเปิด นายกประยุทธ์ก็ไปเปิดเศรษฐกิจก่อน แต่ไม่ยอมเปิดโรงเรียนและพึ่งจะมาเปิดโรงเรียนในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ มันย้อนแย้งกับความสำคัญ การทิ้งเวลาไป 2 ปีกับการปิดการศึกษา ปิดกั้นความรู้ มันเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ ซึ่งในประเทศต่างๆเขาไม่ทำแบบประเทศไทยเพราะว่า การจะชนะทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องชนะด้วยความรู้ ทุกสิ่งที่สำคัญในโลกไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความรู้ พระเจ้าให้มนุษย์เกิดมามีสมองกับสติปัญญา ดังนั้นเพื่อต้องการให้มนุษย์ทุกคนได้เรียนรู้ การที่ประเทศไทยเราไปปิดการศึกษาเป็นเวลา 2 ปี ทำให้เราเสียโอกาส ถึงแม้ว่าจะมีการเรียนออนไลน์ก็ตาม แต่สำหรับพี่น้องในพื้นที่ค่อนข้างทำได้อย่างยากลำบาก รัฐธรรมนูญฉบับนี้บอกเลยว่าถ้าใครที่ยากไร้ให้รัฐมีกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาให้ แต่พอมาดูกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา มีงบประมาณ 6,000 กว่าล้าน แต่กลับให้เฉพาะกับโรงเรียนใน สพฐ. หรือโรงเรียนของรัฐบาล ในขณะที่โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา โรงเรียนปอเนาะ ตาดีกา ซึ่งเป็นอุดมการณ์และจิตวิญญาณและเป็นสถานที่ให้ความรู้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาที่ให้ฟรีคนละ 3,000 บาท กลับไม่ได้ให้ มันเป็นความเหลื่อมล้ำในกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งพวกเราเข้าไม่ถึง"


"การศึกษาเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะการเปลี่ยนสถานภาพคนมันเปลี่ยนได้ด้วยความรู้ มันไม่ได้เปลี่ยนด้วยกำลัง ผมอยากจะกราบเรียนว่าในส่วนของพรรคประชาชาติ เป็นพรรคที่ก่อเกิดจากการศึกษาและศาสนา แล้วก็อุดมการณ์ เพราะเราเชื่อมั่นว่ามนุษย์ทุกคนต้องมีความเท่าเทียม ต้องมีศักดิ์ศรีเท่ากัน มนุษย์ทุกคนจะต้องมีความสำคัญ ดังนั้นการศึกษาให้ความรู้จะต้องเป็นการศึกษาที่เป็นหน้าที่ของคนในพรรค เป็นหน้าที่ของสังคม เพราะเราจะส่งต่ออนาคต ต้องส่งต่ออนาคตของคนที่มีความรู้ ไม่ใช่ส่งต่ออนาคตของความยากจนซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งการเมืองในปัจจุบัน ผมมองไม่เห็นอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณที่ไม่ยอมกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น งบประมาณของประเทศที่จะเข้าสภาก็ยังเหมือนเดิม งบเบิกจ่ายในส่วนกลาง 3.3 ล้าน ล้านบาท 97% ส่วนงบประมาณมาท้องถิ่นมีเพียงแค่ 3% ซึ่งถือว่าน้อยมาก ทั้งที่ท้องถิ่นเป็นคนรู้ปัญหาของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาที่เป็นเรื่องสำคัญ การเปิดการศึกษากับเศรษฐกิจที่ทุกคนมีความยากลำบาก รัฐบาลสร้างเงื่อนไขมาก สร้างข้อจำกัดมาก แต่ไม่ยอมส่งเงินงบประมาณมาให้ นี่คือปัญหา วันนี้ผมจึงอยากที่จะมารับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ เพราะในส่วนของพรรคประชาชาติเราต้องเอาปัญหาของพ่อแม่พี่น้องประชาชนไปพูดในระดับประเทศ และจะต้องเป็นตัวแทนเพื่อจะนำมาสู่การแก้ปัญหาต่อไปครับ" พันตำรวจเอกทวี กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงท้ายของการจัดงาน มีการเปิดเวทีรับฟังปัญหาของกลุ่มสตรี ในประเด็นแม่เลี้ยงเดี่ยว รวมทั้งมีการมอบรองเท้าให้กลุ่มน้อง ๆ เยาวชน โดยเสร็จสิ้นกิจกรรมในช่วงค่ำ



วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

"ประชาชาติ" ห่วงเกษตรกร แนะรัฐให้ความสำคัญทุกมิติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมนตรี บุญจรัส รองโฆษกพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม และ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย เผยแพร่ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

“วันพืชมงคล” ที่จัดขึ้นในทุกๆ ปี เป็นวันที่ทำให้ประชาชนชาวไทยเห็นความสำคัญการเพาะปลูกและการเลือกเมล็ดพันธุ์ ที่จะนำไปสู่การได้มาซึ่งผลผลิตที่ดี อีกทั้งยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและสร้างเสริมสิริมงคลให้แก่เกษตรกรเพื่อเพาะปลูกในปีนั้น ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ ทางราชการได้ถือวันนี้เป็นวัน “เกษตรกร” ประจำปีไปในตัวด้วยเช่นกัน โดยในปีนี้ตรงกับวันที่ 13 พฤษภาคม 2565 เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเกษตร เนื่องด้วยการเกษตรเป็นภาคการผลิตและเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ 

ประเทศไทยเป็นเมืองเกษตรกรรม เกษตรกรจึงถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ พวกเราทุกคนจึงควรตระหนักถึงความสำคัญในการช่วยเหลือดูแลเกษตรกรในทุกมิติ ทั้งการสนับสนุนปัจจัยการผลิต การจัดหาช่องทางการตลาด การแก้ปัญหาการเกษตรอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการส่งเสริมให้นำนวัตกรรมมาใช้ในภาคการเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัย ยกระดับมาตรฐานการเกษตรสู่ความยั่งยืน สร้างความตระหนักเรื่องเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ รวมถึงเกษตรปลอดสารพิษ แก่ทุกภาคส่วน รวมถึงการทำให้เกษตรกรทำการเกษตรได้อย่างเหมาะสมตามสภาพภูมิอากาศ ครับ

เนื่องในโอกาสวันเกษตรกรประจำปี 2565 ขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังพี่น้องเกษตรกร มีความสุขความเจริญมีกำลังใจกำลังกายที่เข้มแข็งเพื่อร่วมกันพัฒนาภาคเกษตรกรรมไทยให้มีความเจริญก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไปครับ


วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

"ประชาชาติ" แนะรัฐบาล แก้ปัญหาค่าครองชีพประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมนตรี บุญจรัส รองโฆษกพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม และ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย เผยแพร่ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

ผมได้มีโอกาสเดินทางกลับมาที่บ้านเกิด ที่อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง เดินตลาดชุมชนในพื้นที่ตำบลรำมะสัก หรือชาวบ้านในพื้นที่จะเรียกว่าตลาดนัด “ลานตาแก้ว” ซึ่งวันนี้ได้พบกับเจ้นกเล็ก (เจ้าของตลาด) มีโอกาสได้ร่วมรับฟังปัญหา และสนทนาแลกเปลี่ยนความเห็นไปพร้อมๆกับพ่อแม่พี่น้อง รวมทั้งกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งมีความกังวลจากการได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายหมวดค่าอาหาร เนื้อสัตว์ ผักสด ไข่ไก่ น้ำมันพืช อาหารปรุงสำเร็จ และอาหารนอกบ้าน ค่าสาธารณูปโภคอย่างค่าไฟฟ้า และค่าเดินทาง เช่น ค่าน้ำมันและค่าขนส่งสาธารณะ ทราบว่าหลายคนปรับแผนการเงิน ลดใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ลดสังสรรค์ หันใช้สินค้าราคาถูก ประคองค่าครองชีพที่สูง เพราะของแพงขึ้นทั้งแผ่นดินครับ


อย่างไรก็ตามนับว่าเป็นความโชคดีที่ผมได้พบกับคุณหมอทัศนีย์ แสงอำนาจเจริญ (หมอแมว) นักวิชาการสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโพธิ์เอน ซึ่งเป็นคุณหมอที่เคยฉีดวัคซีน (สมัยก่อนเรียกปลูกฝี)  ให้แก่ผมในสมัยเรียนโรงเรียนประถมศึกษาวัดม่วงคัน และได้มีโอกาสพูดคุยเกี่ยวกับสุขภาพและสารทุกข์สุกดิบของท่านตามสมควร

ผมมองว่า ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กระทบจังหวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้สะดุดลงตลอดช่วงครึ่งแรกของปี 2565 มีผลต่อการฟื้นตัวของภาคธุรกิจและกำลังซื้อของครัวเรือนครับ ซึ่งสวนทางกับค่าครองชีพที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นราคาเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะราคาเนื้อสุกรที่ปรับตัวสูงสุดในรอบ 10 ปี ราคาไข่ไก่ ราคาน้ำมันพืช ราคาพลังงาน ตลอดจนราคาค่าสาธารณูปโภค อย่าง ค่าไฟฟ้า

ทางออกเบื้องต้น คือ 1) ภาครัฐควรเร่งออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน ทั้งการควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในหลายประเภทมากขึ้น เช่น ราคาอาหารสด ของใช้ในชีวิตประจำวัน และราคาพลังงาน 2) ปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 3) ต้องขยายมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพด้านสาธารณูปโภค ทั้งค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา  

ภาครัฐควรส่งเสริมให้เอกชนร่วมกันแก้ไขปัญหาอุปทานขาดแคลน (Supply Shortage) ให้ตรงจุด ตลอดจนควรเพิ่มโอกาสการแข่งขันของผู้ประกอบการรายย่อยในตลาดควบคู่ไปด้วย เช่น การเพิ่มปริมาณสุกรในตลาดผ่านการสนับสนุนเงินทุนและสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรรายย่อยกลับมาเลี้ยงสุกรมากขึ้น การใช้มาตรการควบคุมและเฝ้าระวังโรคระบาดในสัตว์ต่างๆ อย่างเข้มงวด การเร่งแก้ไขปัญหาราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รัฐบาลต้องปรับแนวคิดว่า ประชาชนไม่ได้อยู่รับใช้รัฐบาล แต่รัฐบาลต้องรับใช้ประชาชนครับ