แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทักษิณ ชินวัตร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทักษิณ ชินวัตร แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2562

"ดร.ทักษิณ" ยินดี ฝ่ายประชาธิปไตยรวมเสียงข้างมากได้


ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

วันนี้รู้สึกดีใจกับประเทศไทย ที่ฝ่ายประชาธิปไตยรวบรวมเสียงได้ เกินครึ่งหนึ่งของที่นั่งในสภา

ผมออกมาอยู่นอกประเทศกว่า 10ปีแล้ว ขอทุกฝ่ายอย่าได้ใช้ชื่อผมเป็นเงื่อนไขทางการเมืองใดๆอีกเลย

ผมขอเป็นเพียงกองเชียร์ ให้ประเทศกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย เพื่อความผาสุขของคนไทยเท่านั้นครับ

วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2562

"ทักษิณ" ชวนโลกมาเที่ยวไทย กระจายรายได้ทุกจังหวัด


ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

เรียนพี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่าน
สวัสดีเช้าวันจันทร์ ที่ 28 มกราคม 2562
Good Monday รับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกกับ ดร.ทักษิณ ชินวัตร "EP.3 ชวนโลกมาเที่ยวไทย กระจายรายได้ทุกจังหวัด"
www.thaksinofficial.com
ในช่วงหลายปีที่ผมมีโอกาสได้เดินทางบ่อย ประเทศที่ผมไปส่วนใหญ่จะอยู่ในสหภาพยุโรป (EU) ที่แม้จะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดของโลกอยู่แล้ว แต่ทางเค้าก็ไม่ได้อยู่เฉย ต่างปรับยุทธศาสตร์ภาคการท่องเที่ยวโดยเน้นการเพิ่มขีดความสามารถจากทุกภาคส่วน เพื่อรักษาตำแหน่งแชมป์สถานที่เที่ยวอันดับหนึ่งเอาไว้ หรือในดูไบเองก็ดี แม้บ้านเมืองเค้าจะมีประชากรน้อย แต่เค้าเน้นดึงประชากรจากทั่วโลกมาสร้างเศรษฐกิจ จนมีสถิติออกมาว่า คนไปเที่ยวดูไบเฉลี่ยต่อคนใช้เงินมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก
"EP.3 ชวนโลกมาเที่ยวไทย กระจายรายได้ทุกจังหวัด" ในตอนนี้ ผมมองว่า แม้ทิศทางอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในหลายปีมานี้จะส่งสัญญาณเป็นบวก ปัจจุบันทาง World Bank ประเมินว่า รายได้จากการท่องเที่ยวไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า คิดเป็นเม็ดเงิน 5.9 ล้านล้านบาท แต่เราก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ประเด็นสำคัญคือทำยังไงให้เม็ดเงินจากตรงนี้กระจายไปถึงประชากรทุกระดับ การเพิ่มศักยภาพของสนามบินให้สามารถรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์หลักที่เราต้องให้ความสำคัญ เพื่อที่เราจะเป็น Hub ด้านการบินของภูมิภาค ผมเชื่อว่าเรามีศักยภาพในการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มได้อีกมหาศาล แต่ต้องมีการคิดและวางแผนอย่างเป็นระบบครับ
ด้วยรักและห่วงใยพี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่านครับ
#ThaksinGoodMonday

วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

"ทักษิณ" เยือนกรุงปักกิ่ง-อวยพรตรุษจีนชาวไทย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ มีการเผยแพร่ภาพถ่ายล่าสุด ของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ขณะที่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว ระบุว่า "คุณพ่อฝากสุขสันต์วันตรุษจีน และความปรารถนาดีล่วงหน้าจากปักกิ่ง มายังพี่น้องคนไทยทุกคนค่ะ #ตัวอยู่ไกล แต่ก็คิดถึงเสมอนะ รู้ยัง 🤗🍊🎊"


วันอังคารที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2560

"11ปีไม่จางหาย" ทักษิณโพสต์ ครบรอบรัฐประหาร'49-ห่วงพี่น้องชาวไทย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ @ThaksinLive เนื่องใันวันครบรอบวันรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยมีเนื้อหา ระบุว่า I hope the memory of what happened 11 years ago has not faded from the hearts of Thai people. I am, and will always be, concerned about the livelihood of my fellow Thai citizens. 



ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าวแปลเนื้อหาเป็นภาษาไทย ระบุว่า "ผมหวังว่าความทรงจำของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 11 ปีที่ผ่านมา จะยังไม่จางหายไปจากพี่น้องชาวไทย และผมเองก็ยังเป็นห่วงชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยเหมือนเดิมตลอดไป"


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 ในสมัย ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เกิดเหตุในคืนวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 โดยมีปฏิกิริยาตอบโต้จากนานาชาติ ทั้งการวิพากษ์วิจารณ์ และการแสดงความผิดหวังอย่างมากของสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าประเทศไทยเป็นพันธมิตรนอกนาโต และตำหนิว่า การรัฐประหารดังกล่าว ไม่มีเหตุผลยอมรับได้

วันพุธที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2560

"ดร.ทักษิณ" ยกปรัชญาการเมือง "ความเลวร้ายโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย"


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

มงแต็สกีเยอ เคยกล่าว "ไม่มีความเลวร้ายใด ที่จะยิ่งไปกว่าความเลวร้ายที่ได้กระทำโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายหรือในนามของกระบวนการยุติธรรม

Montesquieu once said "There is no crueler tyranny than that which is perpetuated under the shield of law and in the name of the justice." 



วันพุธที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

"ยิ่งลักษณ์" อวยพรวันเกิด "ทักษิณ" ขอให้ผ่านไปด้วยดี-มีความสุข

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 9.00. ที่ผ่านมา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้


วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของพี่ชาย น้องไม่มีอะไรจะให้ นอกจากขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้พี่ปลอดภัย มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และที่สำคัญขอให้พี่ของน้องมีความสุข เพราะพี่ผ่านเรื่องอะไรต่างๆ มามากมาย ขอให้เรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะคะ น้องรักพี่ค่ะ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ดร.ทักษิณ ชินวัตร มีชื่อจีนว่า ชิวต๋าซิน เกิดเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม .. 2492 เป็นชาวอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันอายุ 68 ปี เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 10 คน สมรสกับคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ในปี ..2523 มีบุตร 3 คน คือ 1. พานทองแท้ ชินวัตร (โอ๊ค) 2. พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ (เอม) และ 3. แพทองธาร ชินวัตร (อุ๊งอิ๊ง

วันศุกร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560

"เมื่อไหร่จะหยุด?" ทักษิณ ชินวัตร FB ถามผู้มีอำนาจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้


เรียน พี่น้องที่เคารพรัก

ผมตั้งใจที่จะหยุด โดยไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ รวมทั้งไม่ต้องการทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด ที่จะถูกมองหรือถูกอ้างว่าไปขัดขวางการทำงานของรัฐบาลทหารมานานมากแล้ว มิใช่เพราะกลัวรัฐบาลทหาร แต่เพราะผมตระหนักดีว่า พี่น้องร่วมชาติเรากำลังลำบาก โดยเฉพาะปัญหาปากท้องที่มีแต่จะย่ำแย่ลงทุกวัน จึงอยากให้รัฐบาลทหาร ได้ใช้เวลาในการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างเต็มที่

แต่ระยะเวลาที่ผ่านมา เมื่อมีเหตุการณ์ร้ายแรงอะไรเกิดขึ้นในบ้านเมือง รัฐบาลกลับพยายามป้ายสี โดยพูดให้คนเข้าใจว่า ตัวผมอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ หรือลากผมเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นกับบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นเหตุระเบิดตรงแยกราชประสงค์บริเวณพระพรหม หรือเหตุระเบิดครั้งใหญ่ในเขตจังหวัดภาคใต้ ก็จะโยนบาปมาให้ผมทันที ซึ่งทุกครั้งความจริงก็ปรากฏในภายหลังว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาลเองทั้งสิ้น ไม่เกี่ยวอะไรกับตัวผมเลย

ไม่เพียงแต่ตัวผมคนเดียว ครอบครัวของผมก็ตกเป็นเหยื่อของการกล่าวหา ใส่ร้ายป้ายสี และถูกกระทำมาโดยตลอด ล่าสุดคือเรื่องภาษีหุ้นชินคอร์ป ซึ่งหากมีการกระทำผิดจริงแล้ว รัฐบาลที่มาจากผลพวงของการรัฐประหาร 2-3 รัฐบาลที่ผ่านมา ย่อมต้องเอาผิดผมไปนานแล้ว คงไม่ปล่อยไว้จนกระทั่งหมดอายุความ จึงค่อยใช้ “อภินิหารทางกฎหมาย” มาเล่นงานผมแบบนี้ ซึ่งผมขอเรียนว่า ในหลักการของกฎหมายสากล จะต้องไม่มีการใช้อำนาจหรืออภินิหารใดๆ นอกเหนือไปจากการใช้ “ความเที่ยงตรงและเป็นธรรม” ในการสั่งฟ้องหรือตัดสินคดีเท่านั้น

ครั้งนี้ ผมจำเป็นต้องออกมาพูดอีกครั้ง เนื่องจากมีความพยายามที่จะสร้างภาพว่า ตัวผมเชื่อมโยงและเกี่ยวพันกับขบวนการล้มล้างระบอบการปกครองของไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมยอมรับไม่ได้ ตัวผมขอยืนยันว่าผมมีความจงรักภักดี เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และเคยถวายงานเจ้านายทุกพระองค์ ด้วยหัวใจแห่งความจงรักภักดีมาตลอด และมีความเชื่อมั่นที่แน่วแน่มั่นคง ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างไม่เคยเปลี่ยนแปลง และผมเชื่อว่า ระบอบการปกครองของไทยเรานี้ ประกอบกับพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ คือสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยของเรารักษาเอกราชและความเป็นไทยมาได้ตราบจนทุกวันนี้

ในทางตรงกันข้าม สิ่งที่เป็นอันตรายต่อระบอบการปกครองของไทย คือการปฏิวัติรัฐประหารมากกว่า และการรัฐประหารตั้งแต่อดีตจนถึงทุกวันนี้ ใช้ข้ออ้างที่แทบไม่เคยเปลี่ยน คือความไม่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ การทุจริตคอรัปชั่น แต่ทั้งนี้ ภายใต้การปกครองของทหาร ประชาชนไม่มีโอกาสตรวจสอบความโปร่งใสในการทำงานของรัฐบาลเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากการรัฐประหารครั้งใดที่ไม่ใช้หลักนิติธรรมในการแก้ปัญหา ก็จะยิ่งทำให้ความไม่เข้าใจและความเห็นต่างกลับบานปลาย กลายเป็นความขัดแย้งที่จะแก้ไขได้ยากขึ้นทุกที

ผมต้องจากประเทศไทยที่ผมรักสุดชีวิตมาร่วมสิบเอ็ดปีแล้ว ต้องจากบ้านที่เคยอยู่ จากครอบครัวอันเป็นที่รักยิ่ง เนื่องจากการรัฐประหาร จากนั้นแล้ว ยังถูกใส่ร้ายป้ายสี รวมถึงถูกกลั่นแกล้งด้วยการตั้งคณะบุคคลซึ่งเป็นปฏิปักษ์ขึ้นมาตรวจสอบโดยไม่ใช้หลักนิติธรรม ซึ่งผมอยากให้พี่น้องได้รับทราบว่า ผมยินดีแบกรับความเจ็บปวดและความรู้สึกโดดเดี่ยวนี้ไว้ทั้งหมด ขอเพียงบ้านเมืองมีความปรองดอง สามารถเดินไปข้างหน้าได้ และพี่น้องหายทุกข์ยาก ผมก็พอใจและมีความสุขแล้ว

สำหรับกระบวนการปรองดองที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ ผมขอให้ทุกฝ่ายโปรดตัดผมออกจากสมการไปได้เลยครับ ผมไม่ต้องการให้ใครมาเสนออะไรเพื่อช่วยตัวผม และในทางกลับกัน ผู้มีอำนาจก็ไม่ควรใช้อภินิหารและกระทำทุกวิถีทางเพื่อขจัดผมเพียงคนเดียว โดยไม่คำนึงถึงหลักนิติธรรม และต้องไม่เลี้ยงไข้ความ “ขัดแย้ง” ให้ยืดเยื้อ เพื่อเป็นข้ออ้างที่จะอยู่ในอำนาจต่อไป ดังเช่นที่หลายๆ คนรู้สึกได้อยู่ทุกวันนี้
ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมานี้ คนไทยทุกคนอยู่ในห้วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ ที่ทำให้หัวใจของเราทุกคนแตกสลาย พวกเราจึงควรใช้เวลานี้ มาร่วมกันทำสิ่งดีๆ ให้เกิดแก่บ้านเมือง รู้รักสามัคคี จริงใจในการสร้างความปรองดอง ซึ่งจะส่งผลให้บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุข เพื่อเป็นการส่งเสด็จพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้ายให้สมพระเกียรติ ด้วยความจงรักภักดีอย่างแท้จริง

สุดท้ายผมอยากจะบอกว่า “ผมคือคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่เติบโตจากครอบครัวธรรมดาครอบครัวหนึ่ง และวันนี้ก็ยังเป็นคนธรรมดาคนเดิม ผมถือว่าผมโชคดีมากแล้ว ที่ได้เกิดมาใต้ร่มพระบารมี ได้สนองงานรับใช้สังคมไทยในฐานะต่างๆ มาไม่น้อยกว่า 35 ปี และจะขอรับใช้ชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ผมรักนับถือ เคารพ และเทิดทูน ไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ไม่ว่าผมจะอยู่ ณ หนใดบนพื้นพิภพนี้”
ผมหยุดแล้วครับ ท่านล่ะ เมื่อไหร่จะหยุดสักที อย่ารักชาติ รักสถาบันฯ เพียงแค่คำพูดกันเลยครับ