ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้
ดิฉันได้เห็นข่าวที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดเรื่องดำเนินการจัดนิทรรศการ การสัมมนา และการโฆษณาประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ “โครงการ Roadshow สร้างอนาคตไทย Thailand 2020” วงเงิน 240 ล้านบาท โดยมิชอบนั้น ทำให้ดิฉันเกิดความสงสัยและขอตั้งข้อสังเกตกับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า มีความขยันในการเร่งรัดคดีดิฉัน ฝ่ายเดียว เพราะภายในเดือนนี้เดือนเดียว ป.ป.ช. ก็มีการชี้มูลความผิดกับดิฉัน ถึง 2 คดีติด ๆ กัน โดยวันที่ 1 ก.ค. 2563 ชี้มูลเรื่องการใช้อำนาจโอน นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้มาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำโดยมิชอบ และเมื่อวานที่ผ่านมาก็ถูกชี้มูลในคดีนี้อีก ซึ่งผิดกับคดีที่ฝ่ายรัฐบาลปัจจุบันถูกร้อง และขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ ดูเหมือน ป.ป.ช. จะให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลปัจจุบันมากเป็นพิเศษในหลายคดี ทั้ง ๆ ที่เป็นคดีที่สังคมเกิดข้อกังขาและตั้งข้อสงสัยมากมายกับการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.และผลการพิจารณาหลายคดี ก็ค้านกับความรู้สึกของประชาชน
วันนี้แทนที่ ป.ป.ช. จะให้ความสำคัญกับการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะการจัดสรรงบประมาณและการใช้จ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนทั้งจากปัญหาทางเศรษฐกิจ ปากท้อง และปัญหาโควิด-19 ที่รอการแก้ไข แต่กลับมาเร่งรัด เร่งรีบ กับคดีของฝ่ายที่เห็นต่างและคิดว่าอยู่ตรงข้ามกับรัฐบาล
สำหรับคดีแรก กรณีการย้ายนายถวิล ดิฉันมิได้เจตนาที่จะกลั่นแกล้งผู้หนึ่งผู้ใด เพราะการที่คณะรัฐมนตรีหรือรัฐบาลหนึ่งรัฐบาลใดใช้อำนาจโยกย้ายข้าราชการโดยเฉพาะผู้ปฏิบัติหน้าที่งานด้านความมั่นคงซึ่งต้องเป็นที่เชื่อถือและไว้วางใจของรัฐบาลทุกรัฐบาลที่ได้กระทำกัน ซึ่งหลังจากที่ดิฉันหมดหน้าที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มีการโยกย้ายข้าราชการอย่างมากมายแต่กลับไม่มีความผิดเพราะมีมาตรา 44 คุ้มครอง และคดีนี้มาจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 57 เพื่อให้ดิฉันพ้นจากหน้าที่ความเป็นนายกรัฐมนตรี และวันรุ่งขึ้น 8 พ.ค. 57 ป.ป.ช. ก็ชี้มูลเรื่องคดีจำนำข้าวโดยเร่งรัด ต่อมาเดือนเดียวกัน วันที่ 22 พ.ค. 57 ได้มีการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้นจนทำให้เกิดปัญหามาจนถึงทุกวันนี้ ที่ประชาชนต้องเรียกหาความยุติธรรมและประชาธิปไตย ไม่จบสิ้น
ส่วนเรื่องจัดทำโครงการโรดโชว์สร้างอนาคตไทย สืบเนื่องจากรัฐบาลของดิฉันเสนอนโยบายสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง และโครงสร้างพื้นฐานอีกหลายเรื่องโดยการออกร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงการพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ..... หรือที่เรียกว่า ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านเป็นโครงการที่ทำให้เกิดการรับรู้และรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งเป็นนโยบายที่ถูกต้อง เป็นประโยชน์กับบ้านเมือง ไม่มีเรื่องทุจริตประพฤติมิชอบใด ๆ ต่อมารัฐบาลชุดปัจจุบันก็นำโครงการนี้มาดำเนินการต่อ และวันนี้รัฐบาลปัจจุบันก็จำเป็นต้องออกนโยบายโครงสร้างพื้นฐาน 3 ล้านล้าน ซึ่งมากกว่ารัฐบาลดิฉันโดยปราศจากการท้วงติงหรือการตรวจสอบจาก ป.ป.ช.
ทุกวันนี้ดิฉันใช้ชีวิตอย่างเงียบ ๆ ในต่างประเทศอย่างปุถุชนคนทั่วไป แต่ยังต้องมาถูกกล่าวหาในทางอาญา 2 เรื่อง ติดต่อกันในเวลาไม่ถึง 1 เดือนอีก เพื่อให้มีการพิจารณาคดีลับหลังดิฉันทำให้อดคิดไม่ได้ว่าสถานการณ์บ้านเมืองในวันนี้ช่างสอดคล้องหรือเหมือนกับความโชคร้ายในชีวิตของดิฉัน ที่โหยหาความยุติธรรมว่าเมื่อไหร่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองอันเป็นที่รักของดิฉันเช่นกันเสียที
ดิฉันไม่อยากให้ความยุติธรรมต้องเลือกข้าง ความยุติธรรมต้องไม่เหลื่อมล้ำ ถ้าเป็นนักการเมืองหรืออดีตนักการเมืองฝ่ายหนึ่งทำอะไรก็ผิดเสมอ แต่อีกฝ่ายทำอะไรไม่ผิดเลย ซึ่งขัดต่อหลักนิติธรรมเสียแล้ว ไม่วันใดก็วันหนึ่งความศรัทธา ความเชื่อมั่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. อาจหมดสิ้นไป
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แสดงบทความทั้งหมด
วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2563
"ยิ่งลักษณ์" หนุนออกกำลังกายอยู่บ้านสู้โควิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้
ตลอดระยะเวลา 3-4 สัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกที่ดิฉันได้อยู่ในที่พักนานที่สุด ทำให้ได้ใช้เวลาและได้คิดอะไรหลายๆอย่าง ดิฉันก็ขอเล่าและแชร์ให้กับทุกท่านฟังบ้างนะคะ
อย่างแรกเลยค่ะ ให้เวลากับตัวเองโดยทำร่างกายให้แข็งแรงมากขึ้นเพื่อจะได้ต่อสู้กับโควิดได้ ด้วยการนอนให้มากขึ้น เพื่อพักร่างกายที่เคยเหน็ดเหนื่อยแบบไม่ได้พักมานาน ฝึกหายใจยาว ๆ แล้วก็ตามด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน เริ่มตั้งแต่การเดินบ้าง ว่ายน้ำบ้าง และเปิดยูทูปเพื่อออกกำลังกายตาม ก็เป็นอะไรที่สนุกดีค่ะ
อย่างที่สอง ทำให้ตัวเองผ่อนคลายจะได้ไม่เครียดเพราะเวลาที่เราอยู่ที่เดิมนาน ๆ โดยไม่ได้ออกไปไหน มักจะเกิดความเครียดตามมา ก็ต้องปรับเปลี่ยนด้วยการ จัดหมวดหมู่เพลงตามที่ชอบเพื่อจะได้ฟังต่อเนื่อง ทั้งเพลงสากลและโดยเฉพาะฟังเพลงไทยในเวลาคิดถึงบ้าน ดูหนัง ดูละคร ดูสารคดี ดูพวกเกร็ดความรู้ที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับเทคโนโลยีในโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ข่าว และอ่านหนังสือ
อย่างที่สาม ทำในสิ่งที่ใจอยากทำ คือ โทรหาคนที่เรารัก คนที่เราคิดถึง คนที่เราห่วงใย ว่ายามนี้เขาเป็นอย่างไร บ้าง เหมือนกับที่ดิฉันกำลังเขียนเฟซบุ๊กอยู่ตอนนี้ เพื่อบอกกับทุกท่านว่า ตอนนี้ดิฉันปลอดภัยและยังมีสุขภาพดี รวมถึงการได้คุยกับลูกที่เหมือนเป็นน้ำชะโลมใจให้ชุ่มชื่น ครั้งนี้น้องไปป์ก็ต้องเรียนหนังสือออนไลน์อยู่ที่บ้าน ลูกก็มีเวลาคุยกับแม่มากขึ้น บางวันคิดถึงเราก็เปิดวีดีโอคุยกับลูก คุยกับญาติและคนใกล้ชิดมันก็พอทำให้วันเวลาแต่ละวันของเราหายคิดถึงและมีความสุขบ้าง
ทั้งหมดนี้ทำให้วันเวลาที่ดิฉันต้องเก็บตัวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดจากโควิด-19 ไม่เครียดและไม่รู้สึกที่อยากจะออกไปข้างนอกมากนัก เพื่อให้เวลากับทัพหน้าเช่น แพทย์ พยาบาล ได้มีเวลาดูแลผู้ป่วยที่ติดโรค และทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อ ชะลอลง จนกว่าจะมีวัคซีนที่ป้องกัน หรือมีวิธีที่จะทำให้ทุกคนปลอดภัย ขอให้อดทนนะคะ ดิฉันขออนุญาตเปิดพื้นที่นี้เพื่อแชร์ให้ทุกท่าน เผื่อท่านไหนอยากแชร์ความคิดที่ดี ๆ ให้กันและกันเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองในเพจนี้ได้ตลอดเวลานะคะ ไว้โพสต์หน้าจะมาเล่าเรื่องให้ฟังต่อไปค่ะ
ตลอดระยะเวลา 3-4 สัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกที่ดิฉันได้อยู่ในที่พักนานที่สุด ทำให้ได้ใช้เวลาและได้คิดอะไรหลายๆอย่าง ดิฉันก็ขอเล่าและแชร์ให้กับทุกท่านฟังบ้างนะคะ
อย่างแรกเลยค่ะ ให้เวลากับตัวเองโดยทำร่างกายให้แข็งแรงมากขึ้นเพื่อจะได้ต่อสู้กับโควิดได้ ด้วยการนอนให้มากขึ้น เพื่อพักร่างกายที่เคยเหน็ดเหนื่อยแบบไม่ได้พักมานาน ฝึกหายใจยาว ๆ แล้วก็ตามด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน เริ่มตั้งแต่การเดินบ้าง ว่ายน้ำบ้าง และเปิดยูทูปเพื่อออกกำลังกายตาม ก็เป็นอะไรที่สนุกดีค่ะ
อย่างที่สอง ทำให้ตัวเองผ่อนคลายจะได้ไม่เครียดเพราะเวลาที่เราอยู่ที่เดิมนาน ๆ โดยไม่ได้ออกไปไหน มักจะเกิดความเครียดตามมา ก็ต้องปรับเปลี่ยนด้วยการ จัดหมวดหมู่เพลงตามที่ชอบเพื่อจะได้ฟังต่อเนื่อง ทั้งเพลงสากลและโดยเฉพาะฟังเพลงไทยในเวลาคิดถึงบ้าน ดูหนัง ดูละคร ดูสารคดี ดูพวกเกร็ดความรู้ที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับเทคโนโลยีในโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ข่าว และอ่านหนังสือ
อย่างที่สาม ทำในสิ่งที่ใจอยากทำ คือ โทรหาคนที่เรารัก คนที่เราคิดถึง คนที่เราห่วงใย ว่ายามนี้เขาเป็นอย่างไร บ้าง เหมือนกับที่ดิฉันกำลังเขียนเฟซบุ๊กอยู่ตอนนี้ เพื่อบอกกับทุกท่านว่า ตอนนี้ดิฉันปลอดภัยและยังมีสุขภาพดี รวมถึงการได้คุยกับลูกที่เหมือนเป็นน้ำชะโลมใจให้ชุ่มชื่น ครั้งนี้น้องไปป์ก็ต้องเรียนหนังสือออนไลน์อยู่ที่บ้าน ลูกก็มีเวลาคุยกับแม่มากขึ้น บางวันคิดถึงเราก็เปิดวีดีโอคุยกับลูก คุยกับญาติและคนใกล้ชิดมันก็พอทำให้วันเวลาแต่ละวันของเราหายคิดถึงและมีความสุขบ้าง
ทั้งหมดนี้ทำให้วันเวลาที่ดิฉันต้องเก็บตัวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดจากโควิด-19 ไม่เครียดและไม่รู้สึกที่อยากจะออกไปข้างนอกมากนัก เพื่อให้เวลากับทัพหน้าเช่น แพทย์ พยาบาล ได้มีเวลาดูแลผู้ป่วยที่ติดโรค และทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อ ชะลอลง จนกว่าจะมีวัคซีนที่ป้องกัน หรือมีวิธีที่จะทำให้ทุกคนปลอดภัย ขอให้อดทนนะคะ ดิฉันขออนุญาตเปิดพื้นที่นี้เพื่อแชร์ให้ทุกท่าน เผื่อท่านไหนอยากแชร์ความคิดที่ดี ๆ ให้กันและกันเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองในเพจนี้ได้ตลอดเวลานะคะ ไว้โพสต์หน้าจะมาเล่าเรื่องให้ฟังต่อไปค่ะ
วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2563
"ยิ่งลักษณ์" บริจาคหน้ากากอนามัย โรงพยาบาลสันกำแพง-รามาธิบดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้
ดิฉันติดตามข่าวสารจากเมืองไทย อย่างต่อเนื่องด้วยใจยังผูกพันและคอยเป็นห่วงพี่น้องคนไทยทุกคนเสมอค่ะ โดยเฉพาะการรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งขณะนี้บุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้าของเรายังขาดแคลนอุปกรณ์ในการดูแลผู้ป่วยและรับมือกับเชื้อไวรัสนี้ ดิฉันก็ขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเสริมอุปกรณ์ที่จะช่วยป้องกันเชื้อและประสิทธิภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้นค่ะ
วันนี้จึงได้ขอให้ตัวแทนไปมอบชุด PPE หน้ากากอนามัย N95 และหน้ากากอนามัย ให้กับโรงพยาบาล โดยที่จังหวัดเชียงใหม่ได้ขอให้ท่าน ส.ส. จักรพล ตั้งสุทธิธรรม เป็นตัวแทนมอบให้โรงพยาบาลสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดบ้านเกิดของดิฉันค่ะ เพราะทราบว่าทางจังหวัดและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่กำหนดให้โรงพยาบาลสันกำแพงเป็นศูนย์ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาการไม่รุนแรง นอกจากนี้ ยังได้ให้ทีมงานนำอุปกรณ์ไปมอบให้กับคุณหมอที่โรงพยาบาลรามาธิบดีซึ่งเป็นหนึ่งในอีกหลายโรงพยาบาลที่รับรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 อีกด้วยค่ะ
ดิฉันหวังว่าอุปกรณ์ที่มอบให้นั้นจะช่วยให้แพทย์ พยาบาลและบุคลากรที่เกี่ยวข้องคลายความกังวลกับภาวะการขาดแคลนอุปกรณ์ได้บ้างไม่มากก็น้อยค่ะ
และต้องขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านทั้งที่อยู่ในสถานพยาบาลรวมถึงเจ้าหน้าที่ อสม. ที่ลงพื้นที่ตรวจตามบ้านเรือนประชาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ ที่คอยเป็นส่วนสนับสนุนอีกหลายหน่วยงานด้วยค่ะ
ในห้วงเวลานี้ น้ำใจแม้เพียงคนละเล็กคนละน้อย เมื่อรวมกันเข้าก็กลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมได้ และเราจะผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน และเราจะคอยเป็นกำลังใจให้กันและกันค่ะ
ดิฉันติดตามข่าวสารจากเมืองไทย อย่างต่อเนื่องด้วยใจยังผูกพันและคอยเป็นห่วงพี่น้องคนไทยทุกคนเสมอค่ะ โดยเฉพาะการรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งขณะนี้บุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้าของเรายังขาดแคลนอุปกรณ์ในการดูแลผู้ป่วยและรับมือกับเชื้อไวรัสนี้ ดิฉันก็ขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเสริมอุปกรณ์ที่จะช่วยป้องกันเชื้อและประสิทธิภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้นค่ะ
วันนี้จึงได้ขอให้ตัวแทนไปมอบชุด PPE หน้ากากอนามัย N95 และหน้ากากอนามัย ให้กับโรงพยาบาล โดยที่จังหวัดเชียงใหม่ได้ขอให้ท่าน ส.ส. จักรพล ตั้งสุทธิธรรม เป็นตัวแทนมอบให้โรงพยาบาลสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดบ้านเกิดของดิฉันค่ะ เพราะทราบว่าทางจังหวัดและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่กำหนดให้โรงพยาบาลสันกำแพงเป็นศูนย์ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาการไม่รุนแรง นอกจากนี้ ยังได้ให้ทีมงานนำอุปกรณ์ไปมอบให้กับคุณหมอที่โรงพยาบาลรามาธิบดีซึ่งเป็นหนึ่งในอีกหลายโรงพยาบาลที่รับรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 อีกด้วยค่ะ
ดิฉันหวังว่าอุปกรณ์ที่มอบให้นั้นจะช่วยให้แพทย์ พยาบาลและบุคลากรที่เกี่ยวข้องคลายความกังวลกับภาวะการขาดแคลนอุปกรณ์ได้บ้างไม่มากก็น้อยค่ะ
และต้องขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านทั้งที่อยู่ในสถานพยาบาลรวมถึงเจ้าหน้าที่ อสม. ที่ลงพื้นที่ตรวจตามบ้านเรือนประชาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ ที่คอยเป็นส่วนสนับสนุนอีกหลายหน่วยงานด้วยค่ะ
ในห้วงเวลานี้ น้ำใจแม้เพียงคนละเล็กคนละน้อย เมื่อรวมกันเข้าก็กลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมได้ และเราจะผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน และเราจะคอยเป็นกำลังใจให้กันและกันค่ะ
วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2563
"ยิ่งลักษณ์" ชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์ ต่อสู้วิกฤติโควิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้
การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ ทำให้ทุกคนตกอยู่ในความหวาดกลัวและวิตกกังวล แต่สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ที่ถือว่าเป็นหน่วยหน้าที่ต้องรับภาระหนักหนาสาหัส โดยเฉพาะในปัจจุบันอุปกรณ์ที่ใช้ในการป้องกันและรักษาโรคยังไม่เพียงพอ อีกทั้งวัคซีนยังอยู่ในระหว่างการคิดค้นอยู่นั้น แต่ด้วยจรรยาบรรณในวิชาชีพ แพทย์ พยาบาล รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านยังคงทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถในการดูแลรักษาผู้ป่วย ทั้งที่หลายท่านต้องอยู่ห่างจากครอบครัว และบางท่านต้องติดเชื้อ
ดิฉันขอขอบคุณและชื่นชมในความเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน และขอส่งกำลังใจให้กับทุกท่านนะคะ พวกเราคนไทยทุกคนรับรู้ได้ด้วยใจว่าพวกท่านคือวีรบุรุษในยามยากของคนไทยค่ะ
พวกเราทุกคนควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการลดภาระแก่บุคลากรทางการแพทย์ เราควรดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ด้วยการรักษาความสะอาด รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะได้ต้านโรคและมีภูมิคุ้มกันในตัวเอง ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น หรือการรักษาระยะทางสังคม Social Distancing ก็เป็นเรื่องที่สำคัญนะคะ ส่วนผู้ป่วยติดเชื้อ ดิฉันขอส่งกำลังใจให้ทุกท่านหายจากโรคโดยเร็วค่ะ
ในช่วงนี้ก็ขอให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ตระหนักรู้กับข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างมีสติ จะทำให้ทุกท่านรู้ทันกับโรคโควิด-19 ค่ะ แล้วเราจะผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน ด้วยรักและห่วงใยพี่น้องคนไทยทุกคนค่ะ
การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ ทำให้ทุกคนตกอยู่ในความหวาดกลัวและวิตกกังวล แต่สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ที่ถือว่าเป็นหน่วยหน้าที่ต้องรับภาระหนักหนาสาหัส โดยเฉพาะในปัจจุบันอุปกรณ์ที่ใช้ในการป้องกันและรักษาโรคยังไม่เพียงพอ อีกทั้งวัคซีนยังอยู่ในระหว่างการคิดค้นอยู่นั้น แต่ด้วยจรรยาบรรณในวิชาชีพ แพทย์ พยาบาล รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านยังคงทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถในการดูแลรักษาผู้ป่วย ทั้งที่หลายท่านต้องอยู่ห่างจากครอบครัว และบางท่านต้องติดเชื้อ
ดิฉันขอขอบคุณและชื่นชมในความเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน และขอส่งกำลังใจให้กับทุกท่านนะคะ พวกเราคนไทยทุกคนรับรู้ได้ด้วยใจว่าพวกท่านคือวีรบุรุษในยามยากของคนไทยค่ะ
พวกเราทุกคนควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการลดภาระแก่บุคลากรทางการแพทย์ เราควรดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ด้วยการรักษาความสะอาด รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะได้ต้านโรคและมีภูมิคุ้มกันในตัวเอง ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น หรือการรักษาระยะทางสังคม Social Distancing ก็เป็นเรื่องที่สำคัญนะคะ ส่วนผู้ป่วยติดเชื้อ ดิฉันขอส่งกำลังใจให้ทุกท่านหายจากโรคโดยเร็วค่ะ
ในช่วงนี้ก็ขอให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ตระหนักรู้กับข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างมีสติ จะทำให้ทุกท่านรู้ทันกับโรคโควิด-19 ค่ะ แล้วเราจะผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน ด้วยรักและห่วงใยพี่น้องคนไทยทุกคนค่ะ
วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2563
"ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์" เปิดตัวธุรกิจที่อังกฤษ-สหรัฐฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้
วันนี้ดิฉันและพี่ชายมางานเปิดตัวสินค้าของธุรกิจได้ที่ลงทุนไว้ ในงาน CES 2020 (Consumer Electronics Show) หรืองานจัดแสดงผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ ที่จัดขึ้นในลาสเวกัส รัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ได้เปิดตัวต่อเนื่องมาจากการเปิดตัวที่ลอนดอนเมื่อปลายปีที่ผ่านมาค่ะ เป็นการลงทุนโดยนำเทคโนโลยีทางด้านเทเลคอมมาผสมผสานกับเทคโนโลยีตรวจดีเอ็นเอ (DNA ) ด้วยการตรวจดีเอ็นเอจากร่างกายเราได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องส่งตัวอย่างเข้าตรวจที่ในห้องแล็บ และข้อมูลที่ได้มาจะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อเลือกอาหารที่เหมาะกับดีเอ็นเอของแต่ละคนค่ะ
ถือเป็นการปรับพฤติกรรมในการทานอาหารที่จะมีผลดีต่อสุขภาพของเราในระยะยาว คือ ทานอาหารให้เป็นยา เพื่อป้องกันไม่ให้เราต้องทานยาเป็นอาหารในอนาคต ดิฉันมองว่า ตรงนี้ทำให้เราสามารถเลือกบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพได้อย่างน่าสนใจทีเดียวค่ะ หากใครสนใจที่จะทดสอบ DNA ก็สามารถแวะมาที่ ร้าน DNA nudge ย่าน Covent Garden เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ
วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
"ยิ่งลักษณ์" ขอบคุณทุกกำลังใจ ครบ8ปี นำเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้
8 ปี ผ่านไปแล้ว ก็ยังไม่เคยลืมบุญคุณที่ประชาชนให้ความไว้วางใจดิฉันในวันที่ ดิฉันและพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม 2554 ขอขอบคุณอีกครั้งนะคะ
วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2562
"ยิ่งลักษณ์" แนะอย่าหมดหวัง ให้กำลังใจคนไทย วันสดใสรออยู่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้
วันนี้มีโอกาสออกมาดื่มกาแฟ
อากาศที่นี่ไม่ได้ดีทุกวันค
ก็คงเหมือนกับสถานการณ์ในแต
ดิฉันขอให้กำลังใจทุกท่านที่กำลังท้อ หรือผิดหวังกับสถานการณ์ต่า
ขอให้ทุกคนยิ้มสู้ และอย่าหมดหวัง
วันที่สดใสรอเราอยู่เสมอนะค
วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561
"ยิ่งลักษณ์" ยินดีบุตรชายตัวแทนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แข่งคณิตศาสตร์โลก
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยเนื้อหาดังนี้
เมื่อวันก่อนลูกโทรมาหาดิฉันตอนดึกด้วยน้ำเสียงดีใจปนเหนื่อยและบอกว่า แม่! ไปป์ต้องไปแข่งที่ออสเตรเลียพร้อมกับส่งการ์ดเชิญมาให้ดู ดิฉันจึงได้รู้ว่าลูกและเพื่อนในทีมชาวเกาหลีอีก 2 คน ผ่านเข้ารอบ 30 คน เพื่อเป็นตัวแทนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMC) ไปแข่งขันคณิตศาสตร์โลก (World Mathematics Championships) ค่ะ
ซึ่งการแข่งขันนี้จะแข่งเป็นทีมๆ ละ 3 คน มีขั้นตอนการคัดเลือกรอบแรกจากนักเรียนหลายพันคนจากหลายประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้เหลือ 200 คนจากนั้นก็จะแข่งขันให้เหลือเพียงตัวแทน 30 คน เพื่อเป็นตัวแทนภูมิภาคไปร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์โลก ผลการแข่งขันคือทีมน้องไปป์ ติดรอบ 30 คน และไปป์เองก็เป็น 1 ในเด็กไทยจำนวน 3 คนที่เข้ารอบไปร่วมการแข่งขันต่อ โดยเป็นการแข่งที่ทดสอบความเป็นทีม ใน 3 ด้านคือ ความรู้ทางคณิตศาสตร์ (Knowledge), การวางกลยุทธ์และแผนในการคิดคำนวณ (Strategy), และความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)
ดิฉันฟังแล้วรู้สึกดีใจและปลื้มใจแทนลูก เพราะความภูมิใจของพ่อแม่ก็คงไม่มีอะไรนอกไปจากการที่ได้เห็นลูกเป็นคนดีและประสบความสำเร็จในชีวิต ดิฉันเองก็เชื่อว่าพ่อแม่ของน้องๆอีก 30 คนคงจะภูมิใจไม่ต่างจากตัวดิฉันเองเช่นกันค่ะ
ขอแสดงความยินดีและขอชื่นชมในความมุ่งมั่นตั้งใจกับน้องๆทุกคนในการแข่งขันครั้งนี้ โดยเฉพาะกับผู้ปกครองของเด็กนักเรียนไทย อีก 2 ครอบครัวที่ผ่านเข้ารอบ 30 คนนี้ด้วยนะคะ จึงอยากจะเห็นทุกภาคส่วนทั้ง ภาครัฐและเอกชนมีส่วนสนับสนุนเด็กไทยให้มีพื้นที่และเวทีในการแสดงออก ซึ่งดิฉันเชื่อมั่นว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพเพียงแค่มีโอกาสให้ได้แสดงออกอย่างเหมาะสม เพื่อให้เด็กไทยก้าวสู่เวทีโลกค่ะ
แม้แม่จะเจอมรสุมมากมายตอนนี้ แต่ก็ยังดี ที่มีข่าวดีๆของลูก ให้เป็นกำลังใจกับแม่ยามนี้
วันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
"ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ" เดินทางเยือนฮ่องกง-ญี่ปุ่น-จีน
สำนักข่าวเอพี รายงานว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพี่ชาย ดร.ทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกบังคับให้ออกนอกประเทศไทย ได้เดินทางถึงเขตปกครองพิเศษฮ่องกงในวันนี้
อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยทั้งสองคนได้พักผ่อนอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ในปีที่แล้วนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองลงโทษจำคุก 5 ปี และได้หายตัวออกจากประเทศไทยตั้งแต่เดือนสิงหาคม และต่อมาได้รับการยืนยันว่าอาศัยอยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
เชื่อว่าการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ของอดีตนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกนับจากเดินทางออกจากประเทศไทย โดยเดินทางไปกับ ดร.ทักษิณ ชินวัตร และ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ โดยทั้งสามคนมาพักผ่อนส่วนตัว
แหล่งข่าวกล่าวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุญาตเป็นกรณีพิเศษให้เดินทางเข้ามาพักผ่อนในครั้งนี้ และปัจจุบันเธอขอลี้ภัยการเมืองอยู่ที่ประเทศอังกฤษ
วันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2560
“โชคดีครับท่านนายกฯ” วัฒนาหนุนส่งกำลังใจยิ่งลักษณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้
"โชคดีครับท่านนายกฯ"
ผมไม่รู้สึกผิดหวังกับการที่นายกยิ่งลักษณ์ไม่ได้มาฟังคำพิพากษา หลายคนสอบถามว่าหากจะหลบหนีเหตุใดไม่หลบหนีแต่แรก ในฐานะนักการเมืองที่มาจากประชาชนด้วยกันผมพอคาดเดาได้ว่า สิ่งที่นายกยิ่งลักษณ์พยายามทำด้วยตัวเองตั้งแต่แรกจนวินาทีสุดท้ายคือการนำเสนอข้อเท็จจริงผ่านทุกช่องทางที่ถูกเรียกว่า "กระบวนการยุติธรรม" ตั้งแต่การชี้แจงกับ ป.ป.ช. จากนั้นชี้แจงกับ สนช. ที่ถูกแต่งตั้งโดยเผด็จการแต่กลับมาถอดถอนท่านที่ประชาชนเป็นผู้เลือก ท้ายสุดคือการต่อสู้คดีในศาลฎีกาฯ จนสิ้นสุดโดยการแถลงการณ์ด้วยวาจาด้วยตัวเอง ทุกองค์กรที่ท่านต่อสู้เสมือนเป็นช่องทางผ่าน เพื่อนำข้อเท็จจริงบอกกับประชาชนที่พร้อมจะรับฟังการชี้แจงของท่านว่า "ท่านเป็นผู้บริสุทธิ์"
ผมถือว่านายกยิ่งลักษณ์ได้ทำหน้าที่ในฐานะนักการเมืองที่มาจากประชาชนสมบูรณ์แล้ว ส่วนภารกิจการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยังคงต้องเดินหน้าต่อไป การไม่มีนายกยิ่งลักษณ์ไม่ได้ทำให้เป้าหมายการต่อสู้ของผมเปลี่ยนแปลง แต่โดยที่ทุกการต่อสู้ย่อมต้องมีคนบาดเจ็บล้มตายเสมอ ดังนั้น ระหว่างการเดินทางไปสู่เป้าหมายเราอาจจะเหลือเพื่อนไม่เท่าเดิม แต่ถ้าเรายังคงมีความเชื่อมั่นและดำรงความมุ่งหมายเราจะไปสู่เป้าหมายร่วมกันได้ ขอเพียงพี่น้องประชาชนอย่าสูญเสียความมั่นใจในชัยชนะ สำหรับผมยังเชื่อมั่นตลอดเวลาว่า "เผด็จการไม่มีทางชนะประชาชน" วันนี้ผมขอส่งกำลังใจและความห่วงใยให้ท่านนายกฯยิ่งลักษณ์ จากนี้ไปท่านต้องส่งกำลังใจให้ผมบ้าง เพราะภารกิจการต่อสู้เพื่อนำหลักนิติธรรมและประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ให้กับประชาชนยังคงไม่เปลี่ยนแปลง "โชคดีครับท่านนายก"
วันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2560
“ยิ่งลักษณ์” ห่วงประชาชนถูกทำร้าย ขอบคุณทุกกำลังใจ-แนะงดมาศาลฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00น. ที่ผ่านมา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้
ดิฉันขออนุญาตกล่าวถึงวันฟังคำพิพากษาคดีของดิฉันที่ศาลฎีกาฯ ในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ ดิฉันทราบถึงความห่วงใย และความเมตตา ของพี่น้องประชาชนที่รับรู้ถึงความทุกข์ร้อน และความยากลำบากที่ดิฉันประสบอยู่ แต่ดิฉันเห็นว่าการเดินทางมาศาลเพื่อให้กำลังใจดิฉันนั้น ครั้งนี้เราจะไม่ได้พบปะ เห็นหน้า หรือสื่อความรู้สึกถึงกันได้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ด้วยเหตุที่ฝ่ายความมั่นคงได้จัดระเบียบของผู้ที่จะเดินทางมาศาลผิดไปจากทุกครั้ง ทั้งที่เจตนาของพวกเราทุกคนเพียงต้องการมาให้กำลังใจซึ่งกันและกันเท่านั้น
ทั้งนี้ ดิฉันมีความห่วงใยต่อทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชน หรือแฟนเพจ และไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายอันอาจเกิดจากมือที่สาม ดังเช่นที่ฝ่ายความมั่นคงให้เหตุผลมาโดยตลอด ดิฉันจึงขอให้ทุกท่านที่ห่วงใย และต้องการให้กำลังใจดิฉัน ไม่ต้องเดินทางมาศาลฯในวันพรุ่งนี้ และขอให้ทุกท่านให้กำลังใจดิฉันโดยการรับฟังข่าวสารอยู่ที่บ้าน เพื่อความไม่สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาอันไม่คาดคิดจากผู้ที่ไม่หวังดีต่อบ้านเมือง และต่อพวกเราทุกคน
ขอขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ
วันพุธที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2560
“ยิ่งลักษณ์” ทำบุญ-ปล่อยปลา พระให้พร “แคล้วคลาดปลอดภัย”
เมื่อเวลา 8.00 น. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 17 รูป โดยได้นิมนต์พระจากวัดบึงทองหลางมารับบาตรที่บ้านพักส่วนตัว ซอยโยธินพัฒนา 3 ซึ่งก่อนเดินทางกลับพระครูสุจิตฺวิมล (จวง สุจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดบึงทองหลาง ได้ให้พรกับนางสาวยิ่งลักษณ์ขอให้แคล้วคลาดปลอดภัย ประสพแต่ความโชคดี มีชัยชนะ คิดหวังสิ่งใดให้สมปรารถนาทุกประการ
หลังจากนั้นนางสาวยิ่งลักษณ์ได้เดินออกจากบ้านพักไปยังวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารเพื่อทำบุญไหว้พระถวายสังฆทานพร้อมกราบขอพรสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) และปล่อยปลา
อย่างไรก็ตามสำหรับบรรยากาศการเดินทางมาทำบุญในวันนี้ก็ได้มีประชาชนที่มาทำบุญต่างเข้ามาขอถ่ายรูปพร้อมให้กำลังใจนางสาวยิ่งลักษณ์และขอให้ชนะในทุกสิ่งทุกอย่าง
วันจันทร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2560
"ยิ่งลักษณ์" เยือนเชียงใหม่ สักการะพระธาตุดอยสุเทพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการแถลงปิดคดีโครงการรับจำนำข้าว นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางกลับบ้านเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสักการะพระธาตุดอยสุเทพ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมไหว้ครูบาศรีวิชัย เพื่อขอพรและเพื่อความเป็นสิริมงคล
จากนั้น นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมด้วยนายศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชาย ได้เดินทางไปยังวัดโรงธรรมสามัคคี อำเภอสันกำแพง เพื่อไหว้อัฐิบรรพบุรุษ
ทั้งนี้ก่อนเดินทางกลับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้แวะซื้อของฝากที่ตลาดวโรรส โดยพ่อค้าแม่ค้า รวมถึงประชาชนที่เดินซื้อของในตลาดต่างเดินเข้ามาขอจับมือ สวมกอด พร้อมให้กำลังใจนางสาวยิ่งลักษณ์ว่าขอให้โชคดี
วันอังคารที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2560
"ดิฉันไม่ได้ทุจริต" ยิ่งลักษณ์ แถลงปิดคดีจำนำข้าวด้วยวาจา ขอบคุณทุกกำลังใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อแถลงปิดสำนวนคดีโครงการรับจำนำข้าวฯ โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวกับสื่อมวลชนว่า ขอบคุณสื่อมวลชนทุกคนที่ได้เสนอข่าวตนมาจนถึงวันนี้ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในการแถลงปิดคดี และขอขอบคุณประชาชนที่มาให้กำลังใจทุกครั้งที่ตนมาสู้คดี อย่างไรก็ตาม ตนมีความพร้อมในการแถลงปิดคดีด้วยวาจา ซึ่งได้เข้าไปชี้แจงในชั้นศาล ในเรื่องของความบริสุทธิ์ ว่าดิฉันไม่ได้ทุจริต นอกจากนี้ โครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการที่มีประโยชน์ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง อีกทั้งจะชี้แจงว่า สิ่งที่ตนได้รับมาตั้งแต่ชั้น ป.ป.ช. ไม่เป็นธรรมอย่างไรบ้าง
วันพฤหัสบดีที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
"ยิ่งลักษณ์" เยือนอุบลราชธานี ประชาชนต้อนรับ 2 พันคน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชาย , พ.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีต ส.ส.ภาคอีสานพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาปลูกดอกดาวเรืองเพื่อแสดงความจงรักภักดีและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพที่จะมีขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ ร่วมกับแฟนเพจ นักเรียนจากโรงเรียนอุบลวิทยาคม โรงเรียนปทุมวิทยากร และพี่น้องประชาชน จำนวนกว่า 2,000 คน ณ บริเวณหน้าสนามบินนานาชาติจังหวัดอุบลราชธานี
ทั้งนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์กล่าวว่า "ดีใจที่ได้มาร่วมเป็นหนึ่งในการปลูกดอกดาวเรืองร่วมกับแฟนเพจและพี่น้องประชาชนชาวอุบลฯ เพื่อให้ดอกดาวเรืองได้บานสะพรั่งพร้อมกันทั่วประเทศในช่วงเดือนตุลาคมนี้ เนื่องด้วยดอกดาวเรืองเป็นดอกไม้สีเหลือง และซึ่งเป็นสีประจำวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช"
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เนื่องจากกิจกรรมในวันนี้มีแฟนคลับ และพี่น้องประชาชนมาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก บวกกับเวลากระชั้นชิด ทำให้นางสาวยิ่งลักษณ์ไม่ได้ทักทายแฟนคลับ และพี่น้องประชาชนเท่าที่ควร ระหว่างปลูกดอกดาวเรืองฝนได้ตกลงมา นางสาวยิ่งลักษณ์จึงใช้โอกาสนี้เดินฝ่าสายฝนเพื่อพูดคุย และทักทายกับพี่น้องประชาชนกลับมายังอาคารสนามบินแทนการนั่งรถที่ทางสนามบินจัดไว้รับส่ง
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างการทำกิจกรรม มีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบจำนวนมาก เฝ้าจับตาการทำกิจกรรมของนางสาวยิ่งลักษณ์ และแกนนำในพื้นที่ตลอดเวลา
วันพุธที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
"ยิ่งลักษณ์" ขอเมตตา-ความเป็นธรรม ยื่นศาลฎีกาฯ ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความข้อโต้แย้ง
วันนี้ (26 ก.ค. 60) น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มอบหมายให้นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสั่งเพิกถอนคำสั่งและกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ จากการที่ศาลสั่งยกคำร้องขอให้ส่งเรื่องโต้แย้งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560มาตรา 212 โดยคำร้องดังกล่าวระบุเหตุผลอันเป็นข้อกฎหมาย และข้อเท็จจริงโดยสรุปว่า
ประการที่ 1 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 212 บัญญัติว่า "มาตรา 212 ในการที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับแก่คดีใด ถ้าศาลเห็นเองหรือคู่ความโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้องด้วยมาตรา 5 และยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ให้ศาลส่งความเห็นเช่นว่านั้นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย ในระหว่างนั้นให้ศาลดำเนินการพิจารณาต่อไปได้ แต่ให้รอการพิพากษาคดีไว้ชั่วคราวจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ" อันเป็นกฎหมายที่ระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นสภาพบังคับตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญให้ศาล (ที่พิจารณาคดีนั้นๆ) ส่งความเห็นที่คู่ความโต้แย้งนั้นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย ศาลจึงไม่อาจใช้ดุลพินิจปฏิบัติเป็นอย่างอื่นได้ โดยเฉพาะการที่ศาลฎีกาได้สั่งยกคำร้องที่โต้แย้งของจำเลย อันเป็นผลโดยตรงว่า ศาลนี้ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติ มาตรา 212 แห่งรัฐธรรมนูญฯ คือ ไม่ส่งความเห็นที่คู่ความโต้แย้งต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยนั่นเอง
ประการที่ 2 โดยบทบัญญัติของมาตรา 212 แห่งรัฐธรรมนูญฯ และโดยบทบัญญัติอื่นใดตามรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด ไม่มีบทบัญญัติใดที่ให้อำนาจศาลที่พิจารณาคดีจะมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยคำร้องที่จำเลยโต้แย้ง แล้วสั่งยกคำร้องเสียเอง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่ศาลฎีกาจะใช้ดุลพินิจพิจารณาวินิจฉัยเองว่าคำร้องของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ที่โต้แย้งดังกล่าวไม่เข้าเกณฑ์ที่จะยื่น เพื่อให้ศาลส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 212 แห่งรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันนั้น ย่อมไม่อาจกระทำได้ เพราะนอกจากไม่มีกฎหมายให้อำนาจศาลฎีกาแล้ว ยังมีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญมาตรา 212 ดังกล่าวอันมีสภาพบังคับที่ไม่อาจปฏิบัติเป็นอย่างอื่นได้
ประการที่ 3 บทบัญญัติของมาตรา 212 วรรคสอง แห่งรัฐธรรมนูญฯ ได้บัญญัติไว้ว่า “ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าคำโต้แย้งของคู่ความตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาก็ได้” จึงเป็นที่ชัดเจนตามบทบัญญัติดังกล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญเพียงศาลเดียวเท่านั้นที่จะมีอำนาจตามกฎหมายในการสั่งรับหรือไม่รับเรื่องไว้พิจารณา ศาลอื่นไม่มีอำนาจในการสั่งไม่รับเรื่องไว้พิจารณาแต่อย่างใด
ประการที่ 4 เมื่อได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกประกาศใช้ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย (ฉบับที่ 2) เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2560 ซึ่งเป็นเดือนเดียวกันทันที โดยได้ประกาศใช้ข้อกำหนดดังกล่าวไว้ในข้อ 4 ความว่า
“ข้อ 4 ให้ยกเลิกความในข้อ 20 แห่งข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย พ.ศ. 2550 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข้อ 20 การยื่นคำร้องต่อศาลตามข้อ 17 ให้เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และข้อกำหนดนี้
การยื่นคำร้องตามข้อ 17 (11) ให้ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง หรือศาลทหารที่จะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับแก่คดีส่งความเห็นหรือคำโต้แย้งของคู่ความพร้อมด้วยเหตุผลไปยังสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานศาลปกครอง หรือกรมพระธรรมนูญ แล้วแต่กรณี เพื่อส่งให้ศาลพิจารณาวินิจฉัย”
ซึ่งการยื่นคำร้องตามข้อ 17 (11) ก็คือ การที่ น.ส. ยิ่งลักษณ์ได้ยื่นคำร้องโต้แย้งตามมาตรา 212 แห่งรัฐธรรมนูญฯ ฉบับใหม่นั่นเอง
แสดงว่าศาลรัฐธรรมนูญได้ออกข้อกำหนดดังกล่าวเพื่อยืนยันและขยายความถึงวิธีปฏิบัติตามมาตรา 212 ว่า ศาลที่นั่งพิจารณาจะต้องส่งคำร้องที่โต้แย้งฯ ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเท่านั้น ศาลจะไม่ส่งคำร้องที่โต้แย้งฯ โดยสั่งยกคำร้องเสียเอง หรือสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นผลให้ไม่มีการส่งคำร้องที่โต้แย้งฯ นั้นมายังศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นอันขาด
ประการที่ 5 ด้วยเนื้อหาของการโต้แย้งจากคู่ความที่จำเป็นต้องร้องขอตามมาตรา 212 เพื่อให้ศาลที่นั่งพิจารณาต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เป็นการโต้แย้งต่อการนำเอากฎหมายใด ๆ มาบังคับใช้ต่อคดี โดยอาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ศาลที่นั่งพิจารณาจึงไม่ควรเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยเสียเอง เพราะอาจขัดต่อหลักนิติธรรม และการดำรงไว้ซึ่งความเป็นกลางในฐานะตุลาการได้
โดยท้ายคำร้องดังกล่าว น.ส. ยิ่งลักษณ์ ยังได้วิงวอนต่อศาลว่า การพิจารณาคดีนี้ หากมีคำพิพากษาจะทำให้คดีถึงที่สุด โดยที่ไม่มีโอกาสขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายได้อีก “สิทธิในกระบวนการยุติธรรม” ที่คุ้มครองจำเลยไว้ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญนั้น น.ส. ยิ่งลักษณ์จะเสียสิทธิไป แม้ว่าการตัดสินใจยื่นคำร้องฉบับนี้จะสร้างความลำบากใจต่อ น.ส. ยิ่งลักษณ์เป็นอย่างยิ่ง เพราะเกรงว่าจะเป็นการสร้างความยุ่งยากและรบกวนจนเป็นภาระต่อองค์คณะของศาลฎีกา แต่ น.ส. ยิ่งลักษณ์ เพียงต้องการวิงวอนขอความเมตตาและขอความเป็นธรรมในกรณีดังกล่าว
"ยิ่งลักษณ์" อวยพรวันเกิด "ทักษิณ" ขอให้ผ่านไปด้วยดี-มีความสุข
วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของพี่ชาย น้องไม่มีอะไรจะให้ นอกจากขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้พี่ปลอดภัย มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และที่สำคัญขอให้พี่ของน้องมีความสุข เพราะพี่ผ่านเรื่องอะไรต่างๆ มามากมาย ขอให้เรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะคะ น้องรักพี่ค่ะ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ดร.ทักษิณ ชินวัตร มีชื่อจีนว่า ชิวต๋าซิน เกิดเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 เป็นชาวอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันอายุ 68 ปี เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 10 คน สมรสกับคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ในปี พ.ศ.2523 มีบุตร 3 คน คือ 1. พานทองแท้ ชินวัตร (โอ๊ค) 2. พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ (เอม) และ 3. แพทองธาร ชินวัตร (อุ๊งอิ๊ง)
วันอังคารที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
"ยิ่งลักษณ์" ประกาศยืนหยัดต่อสู้-เรียกกำลังใจจากประชาชนเป็นพลังความเข้มแข็ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.45น. ที่ผ่านมา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้
ดิฉันอยากจะสะท้อนถึงความพย ายามต่างๆ ในการกระทำที่เสมือนสร้างเป ็นเงื่อนไขเพื่อชี้นำคดี ก่อนที่จะมีผลตัดสินของศาลฎ ีกาฯ ในคดีโครงการรับจำนำข้าว
แต่ในที่สุดรัฐบาลก็เลือกที ่จะทำเพราะคิดว่าตนมีอำนาจจ ะใช้อำนาจอย่างไรก็ได้ รวมทั้งไม่รอคำสั่งศาลปกครอ งที่ดิฉันได้ขอให้ทุเลาการบ ังคับคดีไว้
แม้วันนี้ ดิฉันจะถูกอายัดบัญชีธนาคาร และกำลังจะถูกยึดทรัพย์สินท ั้งหมด จนต้องร้องต่อศาลปกครองเพื่ อขอทุเลา คงได้แต่บอกว่าดิฉันยังเข้ม แข็ง และพร้อมยืนหยัดต่อสู้ในการ พิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจว่า "ดิฉันไม่ได้ทำอะไรผิด" ผ่านการแถลงการณ์ปิดคดีด้วย วาจาต่อศาลอย่างหมดใจ ในวันที่ 1 ส.ค. นี้ค่ะ ซึ่งดิฉันก็จะทำอย่างดีที่ส ุด
ดิฉันขอเปลี่ยนกำลังใจจากแฟ นเพจและพี่น้องประชาชน มาเป็นพลังให้ดิฉันได้มีควา มเข้มแข็งและอดทนค่ะ
ดิฉันอยากจะสะท้อนถึงความพย
แต่ในที่สุดรัฐบาลก็เลือกที
แม้วันนี้ ดิฉันจะถูกอายัดบัญชีธนาคาร
ดิฉันขอเปลี่ยนกำลังใจจากแฟ
วันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
"ยิ่งลักษณ์" ขอบคุณทุกกำลังใจ เตรียมแถลงปิดคดีด้วยวาจา 1 สิงหาคม 2560
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมารับฟังการไต่สวนพยานคดีจำนำข้าว ซึ่งวันนี้ยังคงมีประชาชนมาให้กำลังใจและมอบดอกไม้เป็นจำนวนมาก พร้อมเปล่งเสียงพร้อมกันว่า "ยิ่งลักษณ์สู้ๆ" โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวว่า "ขออนุญาตใช้โอกาสนี้ ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่มาให้กำลังใจ ทั้งมาด้วยตนเองที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและที่ให้กำลังใจอยู่ทางบ้าน ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณนะคะ เนื่องจากวันนี้เป็นวันพิจารณาคดีวันสุดท้ายแล้ว วันนี้ดิฉันขอไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆเพราะมีข้อสรุปกันแล้ว เนื้อหาทั้งหมดรบกวนขอให้สื่อมวลชนทั้งหมดและพี่น้องประชาชนติดตามในวันที่ 1 สิงหาคม ในการแถลงปิดคดีด้วยวาจาค่ะ"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้าย ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แจกข่าวศาลฎีกาฯ ระบุว่าศาลอนุญาตให้จำเลยแถลงปิดคดีด้วยวาจาในวันที่ 1 สิงหาคม 2560 เวลา 09.30น. และอนุญาตให้คู่ความทั้ง 2 ฝ่าย ยื่นคำแถลงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2560 หากไม่ยื่นในวันที่กำหนดให้ถือว่าไม่ติดใจยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดี โดยศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 25 สิงหาคม นี้ ในเวลา 09.00น.
วันพฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2560
ประชาชนให้กำลังใจ "ยิ่งลักษณ์" อยากเห็นผู้นำจากการเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่า เมื่อเวลา 09.00น. ที่ผ่านมา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมารับฟังการไต่สวน คดีโครงการรับจำนำข้าว โดยมีการไต่สวนพยานจำเลยวันนี้จำนวน 3 ปาก ประกอบด้วย นายอดุลย์ ยุววิทยาพานิชย์ อดีตข้าราชการกระทรวงพาณิชย์, นางสาวนิรัชฌา ไกยสวน บุตรสาวของชาวนาที่เสียชีวิตจากการผูกคอตาย ที่ จ.ร้อยเอ็ด และนายบุญช่วย หอมพญา บิดาของชาวนาที่เสียชีวิตจากการผูกคอตาย ที่ จ.นนทบุรี ที่ยืนยันว่าเสียชีวิตจากปัญหาส่วนตัว
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวว่า "ขอความเป็นธรรมต่อศาลให้สืบพยานของจำเลยครบทุกปาก เพราะยังมีพยานสำคัญอีกจำนวนมากที่ต้องเข้าไต่สวนต่อศาลอีก 2 นัดที่เหลือ ล่าสุด ทนายความไม่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอขยายเวลาสืบพยานเพิ่มเติมเพราะยังเหลือพยานอีก 20 ปาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล วันนี้เตรียมยื่นหลักฐานใหม่เป็นคำร้องขอให้ศาลออกไปเผชิญสืบโรงสีข้าวและคลังข้าว จังหวัดอ่างทอง 16 แห่ง ที่ล่าสุด พบว่าเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ได้เข้าไปตรวจสอบแต่ไม่พบความเสียหายและการทุจริต ซึ่งเป็นหลักฐานใหม่ที่จะยืนยันว่า โครงการรับจำนำข้าวไม่ได้ทุจริตและเน่าเสียอย่างที่ถูกกล่าวหา ก่อนหน้านี้เคยร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.แล้ว แต่ไม่ได้รับการพิจารณา"
ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงประเด็นการเลือกตั้ง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวด้วยว่า "อยากให้ปัญหาต่างๆ คลี่คลายไปได้และมีความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้ง เชื่อว่าประชาชนทุกคนอยากได้ผู้นำประเทศที่มาจากการเลือกตั้งและมาจากระบอบประชาธิปไตย ซึ่งจะเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน"
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังให้ความเห็นกรณี หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ลงสมัครเลือกตั้ง ว่า "เป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่ประชาชนอยากเห็นผู้นำของประเทศมาจากการเลือกตั้งและถือว่าเปิดโอกาสให้ประชาชนได้พิจารณา" ส่วนคำถามผลสำรวจความคิดเห็นของนิด้าโพล อยากเห็นพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์รวมตัวกันตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งว่า "พรรคการเมืองต่างมีจุดยืนต่างกัน แต่สิ่งที่เห็นร่วมกัน คือ การเลือกตั้งเกิดขึ้น และประเทศกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว"
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)















































