แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พงศ์เทพ เทพกาญจนา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พงศ์เทพ เทพกาญจนา แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2560

"พงศ์เทพ" แนะรัฐบาลแจงบัญชีทรัพย์สิน ข้าราชการ


นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า “การกำหนดให้แสดงบัญชีรายการทรัพย์สินหนี้สินและเปิดเผยบัญชีฯต่อสาธารณชนเป็นมาตรการในการตรวจสอบผู้ใช้อำนาจรัฐ ซึ่งให้ประชาชนมาช่วยตรวจสอบด้วย ทำให้สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีข้อมูลที่สมบูรณ์มากขึ้น ช่วงยกร่างรัฐธรรมนูญ 2540 มีการเสนอให้เปิดเผยบัญชีฯของผู้ที่ต้องยื่นทุกคน รวมทั้งข้าราชการระดับสูงต่อสาธารณชน แต่ ส.ส.ร.คนหนึ่งซึ่งเป็นข้าราชการแย้งว่าให้ใช้กับคณะรัฐมนตรีเท่านั้นไปก่อนเพราะเป็นของใหม่ แม้รัฐธรรมนูญ 2550 ขยายการเปิดเผยบัญชีฯต่อสาธารณชนให้ใช้กับ ส.ส. และ ส.ว. ด้วย การเปิดเผยบัญชีฯต่อสาธารณชนก็ใช้เฉพาะกับนักการเมืองเรื่อยมา ทั้งๆที่ข้าราชการประจำหลายตำแหน่ง เช่น ปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้บัญชาการทหาร ผู้บัญชาการตำรวจ มีอำนาจมากกว่านักการเมือง เช่น ส.ส. ส.ว. และหากจะทุจริตก็หาประโยชน์ในทางมิชอบได้มากกว่านักการเมืองเสียอีก”

นายพงศ์เทพ กล่าวต่อไปว่า “ผลของการเปิดเผยบัญชีฯต่อสาธารณชนซึ่งมีรายละเอียดของทรัพย์สินหนี้สินทำให้เร็วๆนี้สังคมได้เห็นว่านักการเมืองคนหนึ่งที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งสวมนาฬิการาคาเรือนละหลายล้านซึ่งไม่ปรากฏในบัญชีฯ รัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้บัญญัติเกี่ยวกับการเปิดเผยบัญชีฯต่อสาธารณชนให้ชัดแจ้ง โดยเพียงบัญญัติในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า มีอำนาจกำหนดตำแหน่งที่ต้องยื่นบัญชีฯ รวมทั้งตรวจสอบและเปิดเผยผลการตรวจสอบตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต อย่างไรก็ตามร่างกฎหมายดังกล่าวที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็ยังคงไม่กำหนดให้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของข้าราชการประจำในตำแหน่งสำคัญต่อสาธารณชน แถมการเปิดเผยบัญชีของนักการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กลับเป็นการเปิดเผยข้อมูลโดยสรุป ต่างจากเดิมที่มีรายละเอียด น่าแปลกใจว่าเมื่อเป็นที่ยอมรับกันว่าข้าราชการหลายตำแหน่งมีอำนาจมาก และในระบบปัจจุบันที่นักวิชาการจำนวนหนึ่งเห็นว่าเป็นรัฐราชการ เหตุไฉนจึงไม่กำหนดให้เปิดเผยบัญชีฯของข้าราชการระดับสูงต่อสาธารณชนด้วย”

วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560

“เพื่อไทย” หนุนเยาวชนรุ่นใหม่ยึดหลักประชาธิปไตย


เนื่องในโอกาสวันเยาวชนแห่งชาติ (20 กันยายน 2560) นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ระบุว่า "เยาวชนในยุคปัจจุบัน ซึ่งองค์การสหประชาชาติ หมายถึง คนที่มีอายุระหว่าง 15-24 ปี มีบทบาทสำคัญมากในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะในยุคสังคมฐานความรู้ และส่วนใหญ่อยู่ในวัยศึกษา สามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศได้โดยการทุ่มเทโอกาสและเวลาในการศึกษาโดยเฉพาะสาขาที่ขาดแคลนและจำเป็นยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็ก ซึ่งกำลังเติบโตเป็นเยาวชนในรุ่นต่อๆไป ซึ่งเมื่อเยาวชนส่วนหนึ่งเริ่มเข้าทำงานในภาคส่วนต่างๆ เยาวชนเหล่านี้เกิดในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาไปมาก จึงสามารถใช้ เรียนรู้ ปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี เป็นบุคลากรที่มีค่าของทั้งภาครัฐและเอกชน ที่สำคัญยิ่งก็คือเรื่องประชาธิปไตยและคุณธรรม หากเยาวชนรุ่นนี้ได้รับการอบรมบ่มเพาะที่ถูกต้อง ก็จะยึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตย ความสุจริต การถือประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ ซึ่งเมื่อคนรุ่นใหม่มีอุดมการณ์เช่นนี้ก็จะเป็นพลังสำคัญในการส่งเสริมและรักษาการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและในการพัฒนาประเทศต่อไปอีกยาวนาน"

วันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2560

“พงศ์เทพ” ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วม เผย “ยิ่งลักษณ์-สมชาย” ห่วงใยประชาชน


นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี  พร้อมด้วยอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย ที่จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดยโสธร พร้อมมอบสิ่งของจำเป็นสำหรับการยังชีพ อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้งและน้ำดื่ม

จากการสอบถามพบว่าพื้นที่ดังกล่าวประชาชนต้องเผชิญสถานการณ์อุทกภัยนานนับเดือน พื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะเทศบาลตำบลบุ่งไหม พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายนับพันไร่  ซึ่งอดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้ส่งมอบสิ่งของจำเป็นให้กับผู้ประสบอุทกภัย พร้อมระบุว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ฝากความห่วงใยมาถึงพี่น้องประชาชนทุกคน ขณะเดียวกันยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมยืนเคียงข้างประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ เมื่อพี่น้องประชาชนทราบว่าแกนนำพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่เยี่ยมเยียน ประชาชนต่างแสดงความดีใจที่อดีตผู้แทนราษฎรซึ่งเคยเป็นตัวแทนยังคงเคียงข้างในวันที่ยากลำบาก














วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

'พรรคเพื่อไทย' ร่วมงานวันชาติฝรั่งเศส


#TV24 วันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา สมาชิกพรรคเพื่อไทย และแขกผู้มีเกียรติ เกือบ 600 ท่าน ได้เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองซึ่งจัดขึ้นเนื่องใน วันชาติฝรั่งเศส ณ โรงแรมโซฟิเทล โซ แบ็งค็อก (Sofitel So Bangkok Hotel) โดย นายตีแยรี วีโต เอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย ให้การต้อนรับ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า มี นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายแพทย์เหวง โตจิราการ และ นางธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธาน นปช., นายสุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาฮิวแมนไรท์ วอช ประจำประเทศไทย และอาจารย์เอกชัย ไชยนุวัติ นักวิชาการชื่อดังเข้าร่วมเฉลิมฉลองด้วย

ปัจจุบัน ฝรั่งเศสมีประธานาธิบดีคือ นายฟรองซัวส์ ออลลองด์ และนายตีแยรี วีโต เป็นเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ส่วนรัฐบาลไทยแต่งตั้งนายอภิชาติ ชินวรรโณ ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังได้จัดตั้งสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำเมืองลียง และเมืองมาร์เซย์ ส่วนฝรั่งเศส ได้เปิดสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย)

ภาพถ่ายโดย อ.เอกชัย ไชยนุวัติ











วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2558

"พงศ์เทพ" เตือน อย่าขู่ประชาชนให้รับประชามติ


#TV24 25 มีนาคม 2558 - นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีมีการเสนอให้จัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า เห็นด้วยที่จะทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ แต่ต้องมีทางเลือกที่ชัดเจนให้กับประชาชน เพราะเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในทางที่ไม่เห็นด้วยจำนวนมาก แม้แต่บุคคลในสภาปฏิรูปหลายคนก็ไม่เห็นด้วย หลายความเห็นบอกว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะทำให้ประเทศมีปัญหารัฐบาลอ่อนแอ เกิดผลเสียกับประชาชน

"หากจะทำประชามติควรไปแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวว่าถ้าประชาชนไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ทางเลือกคืออะไร ต้องมีทางเลือกที่ชัดเจน ไม่ใช่ทำประชามติเหมือนรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ประชาชนถูกมัดมือชก หากไม่รับร่างฯคณะปฏิวัติสามารถจะหยิบรัฐธรรมนูญฉบับใดมาใช้ก็ได้ เป็นการขู่ประชาชนว่าหากไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ 2550 จะได้รัฐธรรมนูญที่แย่กว่านี้ ก็ต้องมีทางเลือกให้ประชาชนด้วย" นายพงศ์เทพกล่าว และว่า การทำประชามติต้องเปิดให้สังคมได้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางและปล่อยให้ประชาชนตัดสินใจอย่างอิสระ ส่วนกรณีที่โยนให้นายกฯตัดสินใจจะทำหรือไม่นั้น เข้าใจว่า นายกฯสวมหมวกหลายใบ ใบแรกคือนายกฯ ใบที่สองคือหัวหน้า คสช.จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องให้อำนาจการตัดสินใจ