แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มาตรา 44 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มาตรา 44 แสดงบทความทั้งหมด
วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
"อนุสรณ์" ติงใช้ ม.44 เร่งคดีจำนำข้าว "เลือกปฏิบัติ-สองมาตรฐาน"
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 39/2558 ว่าด้วยการคุ้มครองและยกเว้นความผิดให้กับเจ้าหน้าที่ที่มาจัดการกับโครงการรับจำนำข้าว ว่า ความจริงก็ไม่เห็นผู้เจริญทั้งหลายออกมาให้การสนับสนุน มีเพียง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เพียงสองคนที่ออกมาหนุนให้ใช้มาตรา 44 จัดการกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมแสดงภูมิรู้ ตั้งประเด็นกล่าวหานายกฯยิ่งลักษณ์ในโครงการรับจำนำข้าว จึงขอตอบคำถามเพื่อให้หมู่ชนผู้มีจิตเป็นธรรมอันถือเป็นบัวสามเหล่าได้ใช้เหตุผลในการพิจารณา ส่วนอีกสองคนอันถือเป็นบัวเหล่าที่ 4 หรือปทปรมะและยังมีมิจฉาทิฏฐิ ไม่ขอชี้แจงเพราะไม่เกิดประโยชน์ ดังนี้
1. ที่ยังมากล่าวหาว่านายกฯยิ่งลักษณ์ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตนอกจากจะไม่เป็นความจริงแล้ว ยังเป็นการกล่าวหาในขณะที่คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลและกฎหมายยังสันนิษฐานว่าทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำผิด นายกฯยิ่งลักษณ์และรัฐมนตรีบุญทรงมีฐานะเป็นจำเลยย่อมมีสิทธิสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ส่วนคนอื่นที่ไม่มีส่วนได้เสียหรือเป็นคู่ความในคดีออกมากล่าวหาจำเลยนอกศาลนอกจากจะเป็นการเสียมารยาทแล้ว ยังถือเป็นการกดดันศาลซึ่งเป็นการไม่สมควร
2. การพิจารณาเห็นชอบให้รัฐหรือ G ของประเทศผู้ซื้อให้หมายความครอบคลุมถึงรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากประเทศนั้น ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายมันสำปะหลังครั้งที่ 5/2552 ในการประชุมเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2552 ณ ห้องประชุม 3401 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา 3 ต่อมาเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2553 มีการทำสัญญาขายแป้งมันสำปะหลังให้กับ Guangxi Mingyang Biochemical Science & Technology ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของมณฑลแบบเดียวกันกับที่มาซื้อข้าวในสมัยท่านบุญทรง และเป็นแบบเดียวกับที่ซื้อยางสมัยรัฐบาลประยุทธ์ เห็นปี พ.ศ. ที่ดำเนินการแล้วชัดเจนว่าอยู่สมัยรัฐบาลของใคร ส่วนที่บอกว่า ป.ป.ช. ไม่ชี้มูลความผิดการทำสัญญาของทั้งสองรัฐบาลแต่ชี้มูลเฉพาะท่านบุญทรงก็เป็นความจริง แทนที่จะตรวจสอบข้อมูลจะได้เพิ่มพูนสติปัญญากลับมาเถียงข้างๆ คูๆ
3. ที่อ้างว่ามีการขายข้าวให้ผู้ใกล้ชิด หรือมีข้าววนอยู่ในประเทศ หรือนายกฯยิ่งลักษณ์ไม่เรียกร้องเอาจากผู้ฝากเก็บ หรือข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการซื้อขายก็ดี เหล่านี้เป็นข้อเท็จจริงในคดีที่ถูก ป.ป.ช. กล่าวหาซึ่งต้องไปพิสูจน์ในศาลอยู่แล้ว ไม่ขอนำมาพูดข้างนอกอีก เป็นการเสียมารยาท
4. นายกฯยิ่งลักษณ์ที่แม้จะเป็นหญิง แต่ก็มีความกล้าหาญช่วยเหลือชาวนาจนสุดความสามารถ จนถูกกลั่นแกล้งหาเรื่องถูกยึดอำนาจและถูกดำเนินคดีก็ไม่หนี ยอมเดินเข้าสู่ศาลอย่างสง่างามเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่การออกคำสั่งคสช.ที่ 39/2558 ให้เจ้าหน้าที่และเครือข่ายไม่ต้องรับผิดชอบในการกระทำใดๆถือเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบและขัดต่อหลักนิติธรรม เท่ากับเลือกปฏิบัติและสร้างสิ่งที่เรียกว่าสองมาตรฐาน ที่ทำให้สังคมไทยแตกแยกเสียเอง การที่คนของพรรคการเมืองหนึ่งเห็นดีเห็นงามเท่ากับเป็นการยอมรับทฤษฎีสมคบคิด (conspiracy theory)
ดังนั้นเมื่อคนที่เป็นนายทำอะไรลูกน้องก็ต้องสอพลอคอยเชียร์แม้สิ่งนั้นจะไม่เป็นธรรมปานใดก็ตาม ดังพุทธวจนะที่ว่า "บัณฑิตย่อมยินดีในธรรม ส่วนคนพาลย่อมสำคัญบาปประดุจน้ำหวาน" ไม่เช่นนั่นคำพังเพยไทยที่ว่า "นายว่าขี้ข้าพลอย" คงไม่มีที่ใช้ ขอเรียนย้ำว่า พรรคเพื่อไทยไม่กลัวการตรวจสอบและไม่เห็นด้วยกับการทุจริตคอรัปชั่น เพียงแต่ขอให้การตรวจสอบนั้น เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมปรกติไม่เลือกปฏิบัติ และไม่สองมาตรฐาน
วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2558
"อนุตตมา" FB "ย้ำ" คัดค้านมาตรา 44 ยืนยันเพื่อไทยไม่สนับสนุนกฏหมายที่ไม่เป็นประชาธิปไตย
#TV24 นางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยและคณะทำงานเศรษฐกิจเพื่อไทยโพสต์ข้อความผ่าน Facebook : jib.anuttama โดยมีเนื้อหาดังนี้
"ขอยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยสนับสนุนการเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและพัฒนาประเทศให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจพลังงานของภูมิภาค โดยใช้ความได้เปรียบเชิงภูมิยุทธศาสตร์ อันเป็นนโยบายที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา ซึ่งหากทำสำเร็จประเทศไทยจะมีรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล และเห็นว่าหากรัฐบาลนี้ทำได้ก็จะเป็นประโยชน์กับประเทศ แต่พรรคเพื่อไทยคัดค้านการใช้ มาตรา 44 ซึ่งเป็นกฎหมายที่เอื้อต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน และไม่สนับสนุนทุกกฏหมายที่ไม่เป็นประชาธิปไตย พรรคยังคงยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย ที่ให้เกียรติและสิทธิประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม"
วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2558
“พานทองแท้” สอนคสช. ปล่อยลิ่วล้อระราน-จะปรองดองกันอย่างไร?
#TV24 วันนี้ (15 เมษายน 2558) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ Facebook ส่วนตัว Oak Panthongtae Shinawatra โดยมีเนื้อหา ดังนี้
ถ้า คสช.จะใช้ มาตรา 44 ให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติจริงๆ ควรใช้ตบปาก พวกชักใบให้เรือเสีย เป็นอย่างแรกครับ..!!
การกระทำรัฐประหารครั้งที่ผ่านมา อ้างว่าทำไปเพื่อความปรองดองของคนในชาติ ต้องการให้คนทุกสีทุกฝ่ายรักกัน ทหารจึงจำเป็นต้องติดอาวุธออกมาควบคุมประเทศ
สิ่งที่ชวนสงสัยก็คือ ทำไมบุคลากรหลายคน ที่คสช.ควรจะคัดเอาคนที่เป็นกลาง ไม่นกหวีดไม่เหลืองไม่แดง เข้ามาทำงานเพื่อสร้างความสมานฉันท์ แต่ทำไมส่วนใหญ่ จึงเป็นพวก Hard Core สายนกหวีดติดธงอ้างชาติ กันซะเยอะ..!!
3 จังหวัดภาคใต้ใครเป็นผู้ดูแลความสงบเรียบร้อย จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นพื้นที่อิทธิพล ของนักการเมืองคนใด ถ้าจะก่อเหตุสร้างสถานการณ์ ใครจะเป็นผู้กระทำได้สะดวก มีหรือการข่าวระดับประเทศจะไม่รู้ไม่เห็น ถ้ามีคนบงการจริงๆ จะต้องระบุให้ชัดว่าเป็นใคร ไม่ใช่ไฟเขียวปล่อยให้ลิ่วล้อ ออกมาเห่าหอนกันเปรอะไปหมดแบบนี้
การควบคุมความสงบ ไม่ควรใช้วิธีบังคับให้ฝ่ายที่เป็นรัฐบาลอยู่เดิม กระดุกกระดิก พูดจาอะไรก็ไม่ได้ ส่วนฝ่ายม็อบป่วนเมือง จนเป็นเหตุให้ต้องปฏิวัติ รัฐประหาร กลับให้ตำแหน่งเป็นทางการ แถมปล่อยให้ออกมาเพ่นพ่าน เกะกะระรานชกเขาข้างเดียวแบบนี้ มันจะปรองดองกันได้อย่างไร?
การ"ก่อการร้าย" อาจสร้างความเสียหาย น้อยกว่าการปล่อยให้คนมีตำแหน่ง ออกมา"ก่อการระยำ" สร้างความแตกแยกให้กับบ้านเมืองนะครับ..!!
วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2558
สหภาพยุโรป ติง ม.44 กระทบผู้ส่งออกไทย
#TV24 รายงานข่าว แจ้งว่า ทางทูตสหภาพยุโรป (อียู) ได้เชิญแกนนำพรรคเพื่อไทย ไปพูดคุยถึงสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ หลังจากที่ทูตอียูได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกับพรรคการเมืองและกลุ่มต่างๆ มาก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ทูตอียูได้สอบถามถึงปัญหาของการร่างรัฐธรรมนูญที่หลายฝ่ายแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์กัน รวมทั้งการประกาศใช้กฎอัยการศึกที่เป็นอยู่ในขณะนี้ว่าส่งผลกระทบกับประเทศไทยอย่างไร รวมถึงการสอบถามเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.เตรียมประกาศใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวแทนกฎอัยการศึกว่าจะเกิดผลกระทบอย่างไรกับประเทศไทย เพราะช่วงที่ผ่านมาทางทูตอียูได้รับทราบถึงสถานการณ์ในไทยช่วงที่มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกแล้ว ว่าส่งผลกระทบอย่างมากโดยเฉพาะภาคเศรษฐกิจ การค้าและการส่งออก
รายงานข่าว แจ้งอีกว่า ทางกลุ่มทูตอียูแสดงความเป็นห่วงไทยในฐานะประเทศคู่ค้า เพราะประเทศในกลุ่มอียูเองไม่เคยมีกฎหมายในลักษณะที่ให้อำนาจผู้นำครอบคลุมในทุกเรื่อง จึงเป็นกังวลว่าหากมีการใช้ ม.44 จริง อาจจะมีผลกระทบต่อเรื่องจีเอสพีและเอฟทีเอในอนาคต ทั้งนี้ กลุ่มทูตอียูยังแสดงความเป็นกังวลว่าตราบใดที่ประเทศไทยยังไม่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จะยิ่งส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจโดยเฉพาะผู้ส่งออกไทย
วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2558
"ม.44" หนักกว่าอัยการศึก! อนุสรณ์ ชี้ หนีเสือปะจระเข้ สั่งยิงเป้าได้ทันที
#TV24 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคสช. จะพิจารณายกเลิกการใช้กฎอัยการศึกและเตรียมใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวแทนว่า การตัดสินใจประเด็นนี้ต้องระมัดระวัง และควรสื่อสารให้ทุกฝ่ายเข้าใจ เห็นถึงความจำเป็น มิเช่นนั้นจะกลายเป็นว่ามีความพยายามจะตบตาต่างชาติ เพราะเห็นว่ากฎอัยการศึกไปต่อไม่ได้ ทั้งที่ฝ่ายผู้มีอำนาจพยายามกัดฟันบอกตลอดว่า ไม่กระทบความเชื่อมั่นต่างประเทศ การใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวแทน อาจส่งผลกระทบหนักกว่าเดิม เพราะเป็นการใช้อำนาจของหัวหน้าคสช.แบบครอบจักรวาล ไม่มีบทบัญญัติตายตัว สามารถขยายอำนาจได้ตลอดเวลา ไม่มีขีดจำกัด อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เหมือนมาตรา 17 ในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งมีลักษณะเป็นคำพิพากษา สามารถสั่งยิงเป้าได้ทันที การตัดสินใจครั้งนี้อาจเป็นการหนีเสือปะจระเข้ ที่จะส่งผลกระทบรุนแรงมากกว่าเดิม ดังนั้นหนทางเดียวที่ดีที่สุดคือการเดินหน้าเลือกตั้งให้เร็วที่สุด เพื่อนำประเทศกลับสู่ครรลองประชาธิปไตย จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน เหล้าเก่าในขวดใหม่ ควรใช้แค่พ.ร.บ.มั่นคง
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)






