แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เสถียร วิพรมหา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เสถียร วิพรมหา แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

“เสถียร” ปลุกพลังชาวพุทธ เผยรอฟังแนวทาง “เจ้าคุณประสาร”


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เสถียร วิพรมหา นายกสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา ให้สัมภาษณ์กับ ผู้สื่อข่าวว่า ทางเครือข่ายองค์กรพุทธฯ โดยสมาคมนักวิชาการพระพุทธศาสนา 18 องค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ก็ถือว่าเป็นช่วงที่เข้าพรรษา เป็นพระวินัยของพระสงฆ์ แล้วก็เป็นกิจของชาวพุทธ แต่ว่าภายหลังที่เราทราบข่าวว่า คณะกรรมการกฤษฎีกา ได้วินิจฉัยหรือว่าตีความว่า กรณีที่มีการเสนอชื่อ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ซึ่งเป็นผู้อาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ซึ่งเป็นมติมหาเถรสมาคมมาที่ทางสำนักนายกฯ แล้วท่านนายกฯก็ได้รับทราบแล้ว ถือว่าข้อวินิจฉัยดังกล่าวเป็นประเด็นที่สำคัญ ที่บอกว่าเป็นประเด็นที่สำคัญเพราะ ชาวพุทธทั้งโลกสงสัยว่าทำไมไม่สามารถเสนอชื่อขึ้นทูลเกล้าฯได้ ก็มีข้อคิดเห็นเรื่องของคดีความ มีข้อคิดเห็นเรื่องของข้อกล่าวหา แล้วก็มีผู้ร้องผู้ตรวจการแผ่นดินไปยื่นที่กฤษฎีกา ทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ใช้เวลาในระยะหนึ่ง ก็มีการวินิจฉัยหรือว่าตีความออกมา เราชาวพุทธเองติดตามอย่างใกล้ชิดก็โล่งอกไประยะหนึ่งเท่านั้น เพราะว่าเมื่อกฤษฎีกาตีความแล้วก็คิดว่าน่าจะเป็นทางปฏิบัติว่าทุกฝ่าย โดยเฉพาะในส่วนของชาวพุทธทั้งปวงก็คิดว่าคงจะเดินต่อไปได้ แต่ว่าภายหลังนั้น ท่านนายกฯ ก็ได้มาพูดว่าต้องชะลอ เพราะเหตุว่ามีคดีความ เราก็อยากจะเรียนผ่านทางสื่อมวลชน ว่าชาวพุทธก็มีหน้าที่ที่จะติดตามแล้วก็เฝ้าดูสิ่งที่เราได้คาดหวังไว้ยาวไกล ว่าเมื่อเรื่องต่างๆจบแล้ว ในการร้องก็ดี-โจทก์ก็ดี ถามว่าวันนี้ก็ยังมีกลุ่มต่างๆออกมาเคลื่อนไหวที่จะคัดค้านไม่เห็นด้วย และก็มีข้อกล่าวหาต่างๆนานา เพราะว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรีได้มีข้ออ้างตรงนี้ บอกว่าไม่ทราบว่าเมื่อไหร่? เวลาใด? เท่าใด? ที่จะมีการดำเนินการยื่นตรงนี้

เราก็มีความห่วงใยแล้วก็มีความสิ่งที่เราเรียกว่าจะเกิดข้อครหา แล้วก็ชาวพุทธเองไม่สบายใจ คือตอนนี้เองทางเครือข่ายพุทธทางองค์กรพุทธ โดยเฉพาะศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย แล้วก็มีทางสมาคมนักวิชาการ สนพ. รวมทั้งเครือข่ายทั้ง 18 องค์กร เราก็มีการหารือกันแล้วก็กำหนดท่าทีแนวทางว่าหลังจากที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว เราก็คงจะต้องทำ 2 เรื่องครับ เรื่องแรกก็คือความห่วงใย ความเห็นของชาวพุทธ มีความเข้าใจสับสน แล้วทำไม นายกฯถึงไม่ดำเนินการ แล้วบอกว่าคดีความ? คดีความอะไรครับ? เมื่อเรื่องยังไม่วินิจฉัยถึงที่สุด ข้ออ้างต่างๆจะทำให้เราชาวพุทธทั้งปวงก็เหมือนกับว่าเห็นไม่ตรงกัน คณะสงฆ์โดยมหาเถรสมาคม กี่เดือนมาแล้วครับ? ตั้งแต่วันที่ 5 (มกราคม)ที่ทางมติมหาเถรสมาคมออก สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้เสนอไปต่อท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ คือ ท่านสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ แล้วก็เรื่องมาอยู่ที่ท่านนายกฯ ทางเครือข่ายองค์กรพุทธฯมีการหารือกำหนดแนวทางว่าจะมีการยื่นหนังสือ ดำเนินการกิจกรรมในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม ที่ไม่ขัดต่อหลักกฎหมาย ไม่ขัดต่อหลักพระวินัยแต่อย่างไร? เพื่อที่จะแสดงพลังของชาวพุทธทั้งปวง ชาวพุทธก็อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยพิจารณา เล็งเห็นความสำคัญตรงนี้ เรากำหนดท่าที เมื่อได้กรอบเรียบร้อยแล้วว่าจะทำอย่างไร ก็เป็นมติออกมา อย่างไรแล้วก็จะยึดถือเป็นแนวทางต่อไป ซึ่งท่าน เลขาธิการศูนย์พิทักษ์ พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ในการนำทางว่า จะดำเนินการเมื่อไหร่ เวลาใด นะครับ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นที่เราหารือร่วมกันทุกส่วน โดยแนวทางนั้น ต้องยึดถือตามข้อปฏิบัติและถ้อยแถลง ของเลขาธิการศูนย์พิทักษ์ พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย คือ ท่านเจ้าคุณพระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร)













วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

"ดร.เสถียร" เร่ง สำนักพุทธฯ ประสานกฤษฎีกา ตีความมาตรา7 กรณีแต่งตั้งพระสังฆราช


ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เสถียร วิพรมหา นายกสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา เข้ายื่นหนังสือต่อ นาย กนก แสนประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้เร่งประสานกับคณะกรรมการกฤษฎีกาเรื่องการแก้ไขหรือตีความ มาตรา 7 พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 เกี่ยวกับการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ หลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา สมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา ได้เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการกฤษฎีกา หลังนาย ดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการกฤษฎีกาและ นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องกิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาจะตีความกฎหมายมาตรา 7 ตามคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่นายกรัฐมนตรีต้องเป็นต้นเรื่องในการเสนอชื่อพระราชาคณะขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ ทั้งนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เสถียร วิพรมหา กล่าวว่า การมายื่นหนังสือครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่าเป็นหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงของ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ต้องเร่งติดตามและประสานเรื่องนี้กับทางคณะกรรมการกฤษฎีกาโดยเร่งด่วนเพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าในการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ ซึ่งหากไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้องอาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งในเจตนารมณ์ของสังฆธรรมเนียมปฏิบัติ

ด้านนายกนก กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ประสานมาทาง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเพื่อขอข้อมูลและกฎหมายในการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ซึ่ง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้เร่งดำเนินการรวบรวมข้อมูลข้อกฎหมายต่างๆที่ถูกต้องในการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชที่มีตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์จนถึงปัจจุบัน ซึ่งหากกระบวนการพิจารณาแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 เกิดขึ้นนั้น จะถือเป็นครั้งแรกที่มีตีความตามมาตรา 7 พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ด้วย






วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ยื่นกฤษฎีกาทบทวนตีความ ม.7 “เสถียร” หวั่นขัดแย้ง-แต่งตั้ง “สังฆราช”


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เสถียร วิพรมหา นายกสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง การแก้ไขมาตรา 7 พ.ร.บ.สงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 เกี่ยวกับการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช หลังก่อนหน้านี้ นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการกฤษฎีกา และนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องกิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาจะตีความกฎหมายมาตรา 7 ตามคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่นายกรัฐมนตรีต้องเป็นต้นเรื่องในการเสนอชื่อพระราชาคณะขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ ซึ่งตนเห็นว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เนื่องจากหากมีดำเนินการตามนั้นจะทำให้เกิดความขัดแย้งในเจตนารมณ์ของสังฆธรรมเนียมปฏิบัติ และโบราณราชประเพณี ส่งผลให้เกิดความแตกแยกรุนแรง ทั้งยังส่งผลต่อความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา การยื่นหนังสือครั้งนี้เป็นการแสดงจุดยืน และเพื่อให้คณะกรรมการกฤษฎีกายึดมั่นในเจตนารมณ์ของกฎหมายคณะสงฆ์ และดำเนินการตีความมาตรา 7 ตามครรลองและเป็นธรรมที่สุด โดยหลังจากนี้ตนและคณะนักวิชาการจะนำหนังสือฉบับเดียวกันไปยื่นต่อที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในวันอังคารหน้า (5 กรกฎาคม 2559) เวลา 10.00 น.






วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2558

“พระมหาโชว์-มหาเสถียร” เตรียมลุย พุทธอิสระ ยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อเจ้าคณะแขวงวัดพระไกรสีห์


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ (วันเสาร์ที่ 14 มี.ค. 2558)  เวลา 14.30 น. สมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา โดย ดร.พระมหาโชว์ ทัสสนีโย ที่ปรึกษา และ ผศ.ดร.เสถียร วิพรมหา นายก สมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) จะเข้ายื่นหนังสือต่อเจ้าคณะแขวงวัดพระไกรสีห์ ถนนรามคำแหง เขตบางกะปิ ซึ่งเป็นต้นสังกัดการปกครองของพระสุวิทย์ ธีรธัมโม(พุทธอิสระ) เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษการกระทำผิดพระวินัยร้ายแรงของพระสุวิทย์(พุทธอิสระ)เป็นอาจิณ โดยไม่ยำเกรงต่อกฎหมายสงฆ์และกฎหมายบ้านเมือง เพื่อให้เสนอให้องค์กรสงฆ์ได้ดำเนินการเอาผิดพุทธอิสระตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.สงฆ์ต่อไป

วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2558

ดำเนินคดี "พุทธะอิสระ" มหาเสถียร-พระมหาโชว์ ร้องกองปราบ


#TV24 ผศ.ดร.เสถียร วิพรมหา รักษาการนายกสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) พร้อมด้วยพระมหาโชว์ ทัสสนีโย ที่ปรึกษา สนพ. เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ดำเนินคดีกับ พระพุทธะอิสระ ในข้อหาผิดตามพระราชบัญญัติ คณะสงฆ์ (ฉบับที่2) พ.ศ.2535 มาตรา 44 ทวิ และมาตรา 44 ตรี

นายเสถียร ระบุว่า พระพุทธะอิสระ มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งการแสดงออกผ่านเฟซบุ๊ก และนำมวลชนไปคุกคามสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฎิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ที่วัดปากน้ำ โดยนำสังฆทาน ที่บรรจุสิ่งของไม่เหมาะสม อาทิ กางเกงใน และดอกไม้จัน เข้าไปภายในวัด จึงต้องการให้ตำรวจ สืบสวนสอบสวนเรื่องนี้

ด้านพระมหาโชว์ ระบุว่า พฤติกรรมของพระพุทธะอิสระ จงใจกระทำการไม่เหมาะสม ปลุกระดมประชาชนข่มขู่ ให้ร้าย ผู้ปฎิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และคณะสงฆ์ โดยใช้ถ้อยคำรุนแรง เพื่อให้เกิดความแตกแยก โดยมีทหารอาวุธครบมือ บุกเข้าไปภายในวัด

และเห็นว่าพระพุทธะอิสระ เข้าข่ายอาบัติปาราชิกแล้ว ตั้งแต่การขัดขวางการเลือกตั้ง และการนำมวลชนไปยังโรงแรมเอสซีปาร์ค เพื่อเรียกรับเงิน