วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2562

"ทษช." ลงพื้นที่พบผู้ประกอบการนครปฐม


ทษช. ลงพื้นท่ีนครปฐม เปิดนโยบายต่อยอด SME เจาะตลาดโลก "ปรีชาพล" ชวนคนนครปฐมเลือก ทษช.เป็นรัฐบาลไล่เผด็จการ แก้เศรษฐกิจตกต่ำ “ณัฐวุฒิ” แจงโปรแกรมหาเสียงทั่วประเทศ ย้ำ ความพร้อม รอ กกต.ทำหน้าท่ีในฐานะองค์กรอิสระท่ีเป็นธรรม

พรรคไทยรักษาชาติ นำโดยร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค นายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงและกรรมการบริหารพร้อมแกนนำพรรค ลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงงาน ธุรกิจ SME น้ำลูกยอ ในเขตเทศบาลตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เพื่อต่อยอดนโยบาย SME ผลักดันสินค้าเกษตรแปรรูปซึ่งเป็นสินค้าหลักของประเทศไทย ด้วยยุทธศาสตร์เชื่อมไทย เชื่อมโลก โดยมีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครปฐม ทั้ง 5 เขตพร้อมผู้สนับสนุนพรรคให้การต้อนรับ

ร้อยโทปรีชาพล  กล่าวกับชาวพุทธมณฑลว่า ตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา พรรคการเมืองถูกปิดกันไม่ให้สื่อสารกับประชาชน ซึ่งวันนี้คนไทยเจอปัญหาหลากหลายในแต่ละพื้นที่ แต่ที่เหมือนกันทั่วประเทศคือปัญหาเศรษฐกิจและราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ สวนทางกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยยืนยันว่า ปัญหาที่เผชิญอยู่สามารถแก้ไขได้ หากมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งที่ใส่ใจประชาชน ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนต่างชาติด้วย และแม้ว่าการเลือกตั้งจะถูกเลื่อนออกไปเรื่อยๆ แต่อยากให้ประชาชนเตรียมพร้อมในการใช้สิทธิ์

ร้อยโทปรีชาพล ระบุด้วยว่าขณะที่รูปแบบบัตรใบเดียวอาจทำให้สับสน แต่การลงคะแนนหรือกาเพียงครั้งเดียว ได้ถึง  4 วัตถุประสงค์ คือ 1.เลือก ส.ส.เขต 2.เลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ 3.นายกรัฐมนตรี และ 4.คือ ไล่ คสช. พร้อมกับย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีเพียง 2 ทางเลือกคือ จะเลือกฝ่ายประชาธิปไตยเข้ามาแก้ปัญหาประเทศ หรือจะเลือกพรรคการเมืองที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช.

จากนั้นมีการลงพื้นที่พบปะและรับฟังการสะท้อนปัญหาของประชาชน ที่ตลาดดอนหวาย ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

โดยร้อยโทปรีชาพล ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ว่าทุกพรรคการเมืองพร้อมลงสนามเลือกตั้ง ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ไม่ต้องกังวลเรื่องงานธุรการของแต่ละพรรค ส่วนพรรคไทยรักษา กำลังจะประชุมคณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกผู้สมัคร ซึ่งจะชัดเจนในอีก 2 -​3 วันจากนี้ โดยเห็นว่าพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ต้องได้ ส.ส.รวมกันอย่างน้อย 376 ที่นั่ง จะได้ไม่ต้องมีข้อกังวลใดๆทั้งสิ้นต่อกระบวนการที่ผู้มีอำนาจเตรียมการไว้ และทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชน ที่จะทวงสิทธิเสรีภาพและความกินดีอยู่ดีที่ถูกลิดรอนไปกลับคืนมาได้ผ่านการเลือกตั้งให้ได้รัฐบาลที่มาจากประชาชนเข้าไปแก้ไขปัญหาหรือการจราจรให้กับประชาชนทั้งประเทศ

พร้อมกันนี้ ได้เรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองประกาศจุดยืนที่ชัดเจนว่าจะสนับสนุนการสืบทอดอำนาจ หรือมีจุดยืนประชาธิปไตย เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ และยืนยันว่าไม่ใช่การเรียกร้องให้เกิดความขัดแย้ง แต่เป็นการแสดงว่าทิศทางประเทศจะไปทางไหน

ด้านนายณัฐวุฒิ เปิดเผยว่า พรรคไทยรักษาชาติจะลงพื้นที่ต่อเนื่องทุกภาคของประเทศหลังจากนี้ เเละเชื่อว่าประชาชน รวมถึงคนปักษ์ใต้เข้าใจสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างดีโดยแนวทางของพรรคไทยรักษาชาติพร้อมจะเผชิญหน้ากับเผด็จการทุกรูปแบบและก็พร้อมที่จะทำงานกับประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย

นายณัฐวุฒิ ยังเรียกร้องให้ กกต.ปฏิบัติหน้าที่ให้โปร่งใส ตรงไปตรงมา ด้วยความเป็นธรรมและมีความเป็นอิสระ โดยเฉพาะการตรวจสอบนักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยที่เดินทางไปพบอดีตนายกรัฐมนตรีที่ต่างประเทศ ว่าเข้าข่ายการถูกครอบงำหรือไม่ ซึ่งปกติควรปฏิบัติเป็นมาตรฐานเดียวกันกับทุกพรรคการเมือง โดยเทียบเคียงกับพรรคพลังประชารัฐ ที่ประกาศตลอดมาว่า นโยบายและผลงานของรัฐบาลก็คือนโยบายพรรคพลังประชารัฐ รวมถึงการสนับสนุนผู้มีอำนาจอย่างโจ่งแจ้ง ซึ่งนายณัฐวุฒิ ตั้งข้อสังเกตว่า ลักษณะเช่นนี้เป็นยิ่งกว่าการครอบงำ เพราะคือการครอบครองโดยคนใหญ่คนโตในรัฐบาลหรือไม่ ดังนั้น กกต.ต้องเตือนตัวเองให้มากและตระหนักว่าประชาชนรู้เท่าทันและต้องการความชัดเจนการปฏิบัติจาก กกต.ด้วย


















ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น