วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

"ทวี" ส่งเสริมการศึกษาเยาวชน แนะรัฐลดเงื่อนไข-ฟังเสียงประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก หอประชุมมูลนิธิมะทา อ.เมือง จ.ยะลา ว่า วันนี้ (14 พฤษภาคม 2565) พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ เดินทางมาร่วมงาน "เราคือพี่น้องกัน SATU HATI ประชาชาติไม่ทิ้งประชาชน" พร้อมกล่าวแสดงทัศนะกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า "วันนี้ผมรู้สึกมีความตั้งใจกับความดีใจที่ได้มาทำกิจกรรมที่เป็นความคิดริเริ่มของพี่น้องในพื้นที่กิจกรรมที่มีความสำคัญในเรื่องการศึกษา ยังจำได้ว่า ตอนที่เข้ามาอยู่ ศอ.บต. มีปัญหาอยู่สามประการใหญ่ๆ คือ 1.คนยากจน 2.คนเจ็บป่วย 3.คนไม่มีความรู้ ซึ่งทั้งสามข้อเป็นเรื่องที่จะต้องช่วยเหลือ แต่ถ้าจำเป็นที่จะต้องเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่งก่อน มีคำถามอยู่ว่าจะเลือกสิ่งใด ท่านประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดยะลา ท่านเป็นผู้ตอบว่า ถ้าจะต้องเลือกก็จะเลือกข้อสามคนไม่มีความรู้ เพราะจะต้องทำให้คนมีความรู้ ก็คือเลือกเรื่องการศึกษาก่อน" 

"ในช่วงที่เกิด โควิด-19 เราจะเห็นว่า เมื่อเกิดโควิดสิ่งที่นายกประยุทธ์กับคณะได้เลือกก่อนก็คือ เลือกปิดโรงเรียนก่อน เลือกปิดความรู้ก่อน พอปิดโรงเรียนจะด้วยเหตุอะไรก็ตาม ก็ไปเรื่องปิดเศรษฐกิจ ปิดประเทศ แต่พอจะเปิด นายกประยุทธ์ก็ไปเปิดเศรษฐกิจก่อน แต่ไม่ยอมเปิดโรงเรียนและพึ่งจะมาเปิดโรงเรียนในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ มันย้อนแย้งกับความสำคัญ การทิ้งเวลาไป 2 ปีกับการปิดการศึกษา ปิดกั้นความรู้ มันเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ ซึ่งในประเทศต่างๆเขาไม่ทำแบบประเทศไทยเพราะว่า การจะชนะทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องชนะด้วยความรู้ ทุกสิ่งที่สำคัญในโลกไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความรู้ พระเจ้าให้มนุษย์เกิดมามีสมองกับสติปัญญา ดังนั้นเพื่อต้องการให้มนุษย์ทุกคนได้เรียนรู้ การที่ประเทศไทยเราไปปิดการศึกษาเป็นเวลา 2 ปี ทำให้เราเสียโอกาส ถึงแม้ว่าจะมีการเรียนออนไลน์ก็ตาม แต่สำหรับพี่น้องในพื้นที่ค่อนข้างทำได้อย่างยากลำบาก รัฐธรรมนูญฉบับนี้บอกเลยว่าถ้าใครที่ยากไร้ให้รัฐมีกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาให้ แต่พอมาดูกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา มีงบประมาณ 6,000 กว่าล้าน แต่กลับให้เฉพาะกับโรงเรียนใน สพฐ. หรือโรงเรียนของรัฐบาล ในขณะที่โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา โรงเรียนปอเนาะ ตาดีกา ซึ่งเป็นอุดมการณ์และจิตวิญญาณและเป็นสถานที่ให้ความรู้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาที่ให้ฟรีคนละ 3,000 บาท กลับไม่ได้ให้ มันเป็นความเหลื่อมล้ำในกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งพวกเราเข้าไม่ถึง"


"การศึกษาเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะการเปลี่ยนสถานภาพคนมันเปลี่ยนได้ด้วยความรู้ มันไม่ได้เปลี่ยนด้วยกำลัง ผมอยากจะกราบเรียนว่าในส่วนของพรรคประชาชาติ เป็นพรรคที่ก่อเกิดจากการศึกษาและศาสนา แล้วก็อุดมการณ์ เพราะเราเชื่อมั่นว่ามนุษย์ทุกคนต้องมีความเท่าเทียม ต้องมีศักดิ์ศรีเท่ากัน มนุษย์ทุกคนจะต้องมีความสำคัญ ดังนั้นการศึกษาให้ความรู้จะต้องเป็นการศึกษาที่เป็นหน้าที่ของคนในพรรค เป็นหน้าที่ของสังคม เพราะเราจะส่งต่ออนาคต ต้องส่งต่ออนาคตของคนที่มีความรู้ ไม่ใช่ส่งต่ออนาคตของความยากจนซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งการเมืองในปัจจุบัน ผมมองไม่เห็นอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณที่ไม่ยอมกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น งบประมาณของประเทศที่จะเข้าสภาก็ยังเหมือนเดิม งบเบิกจ่ายในส่วนกลาง 3.3 ล้าน ล้านบาท 97% ส่วนงบประมาณมาท้องถิ่นมีเพียงแค่ 3% ซึ่งถือว่าน้อยมาก ทั้งที่ท้องถิ่นเป็นคนรู้ปัญหาของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาที่เป็นเรื่องสำคัญ การเปิดการศึกษากับเศรษฐกิจที่ทุกคนมีความยากลำบาก รัฐบาลสร้างเงื่อนไขมาก สร้างข้อจำกัดมาก แต่ไม่ยอมส่งเงินงบประมาณมาให้ นี่คือปัญหา วันนี้ผมจึงอยากที่จะมารับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ เพราะในส่วนของพรรคประชาชาติเราต้องเอาปัญหาของพ่อแม่พี่น้องประชาชนไปพูดในระดับประเทศ และจะต้องเป็นตัวแทนเพื่อจะนำมาสู่การแก้ปัญหาต่อไปครับ" พันตำรวจเอกทวี กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงท้ายของการจัดงาน มีการเปิดเวทีรับฟังปัญหาของกลุ่มสตรี ในประเด็นแม่เลี้ยงเดี่ยว รวมทั้งมีการมอบรองเท้าให้กลุ่มน้อง ๆ เยาวชน โดยเสร็จสิ้นกิจกรรมในช่วงค่ำ



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น