วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

"หมวดเจี๊ยบ" ผิดหวัง ท่าทีกองทัพ

ถ้า "เจ้าซีบร้า" พูดได้ คงอยากบอกพลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ว่าน้ำตาไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไร และขณะนี้ สังคมอยากรู้ว่ากองทัพจะป้องกันยังไงไม่ให้ถูกปล้นค่ายง่าย ๆ อีก เพราะที่ผ่านมา หน่วยทหารถูกปล้นปืนไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งแล้ว นับตั้งแต่ปี 2545 แต่ที่ผ่านมา คนไทยยังไม่ได้ยินว่ากองทัพจะแสดงความรับผิดชอบแบบไหนหรือและจะแก้ปัญหายังไง เห็นแต่คนยืนแอ๊คท่ามินิฮาร์ทแบบเห่ย ๆ เพื่อเรียกเสียงกรี๊ดจากแม่ยก กับฉากเรียกน้ำตาที่นักแสดงเล่นแข็งเป็นหิน จนคนดูไม่อิน แม้แต่เจ้าซีบร้ายังต้องส่ายหัว ซึ่งสะท้อนภาวะผู้นำที่ล้มเหลวของผู้บัญชาการทหารบกกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม


ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถ้าหาก "เจ้าซีบร้า" พูดได้ ก็คงอยากโทรศัพท์บอก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เตือน พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ว่าน้ำตาไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรในสถานการณ์แบบนี้ เและคงรู้สึกผิดหวังที่ยังไม่ได้ยินว่ากองทัพจะรับผิดชอบอย่างไรต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

และยิ่งน่าตกใจเมื่อได้ยิน พล.อ. อภิรัชต์ เล่าว่า ทหารที่อยู่ในค่ายสุรธรรมพิทักษ์ได้ยินเสียงยิงปืนขณะเกิดเหตุปล้นปืน แล้วเหตุใดจึงไม่มีการสกัดจับเพื่อป้องกันไม่ให้ จ.ส.อ จักรพันธ์ ถมมา หลบหนีออกไปนอกค่าย อยากถามว่า นายทหารเวรตลอดจนสิบเวร ประจำวันนั้น หายไปไหนกันหมด ทำไมจึงไม่ใช้วิทยุสื่อสารแจ้งเหตุไปยังกองพันข้างเคียงในที่ตั้ง เพื่อระดมกำลังสกัดกั้น ทำไมทหารทั้งกองทัพจึงปล่อยให้คนเพียงคนเดียวปล้นอาวุธแล้วขับรถหนีออกไปจากที่ตั้งของหน่วยได้ง่ายขนาดนี้ ไม่มีใครใช้โทรศัพท์มือถือแจ้งเตือนกันเลยหรือยังไง

นอกจากนี้ ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ก็มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล กว่าจะขับรถหนีออกนอกค่ายได้ก็ต้องขับรถเป็นกิโล ๆ ถ้ามีระบบการแจ้งเตือนเหตุที่มีประสิทธิภาพและหากมีการตั้งเครื่องกีดขวาง เช่น บังเกอร์ หรือ รั้วลวดหนาม ตามแผนเผชิญเหตุของกองทัพ ก็น่าจะถ่วงเวลาคนร้ายได้ในระดับหนึ่ง และน่าสงสัยว่าหน่วยทหารสารวัตร ไม่ได้ออกตรวจตราสอดส่องหน่วยทหารต่าง ๆ ในพื้นที่โคราช ตามปกติหรือไง ทำไมจึงไม่มีบทบาทในการเข้าช่วยระงับเหตุ เพราะมีแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ออกมาสกัดกั้นจนโดนยิงเสียชีวิต

ที่สำคัญ โคราช เป็นที่ตั้งของกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งต้องรับผิดชอบดูแลหน่วยทหารในจังหวัดอื่น ๆ ทั่วทั้งภาคอีสาน แต่ลำพังแค่ในจังหวัดที่เป็นเมืองหลวงของตัวเอง กลับป้องกันรักษาฐานที่มั่นไม่ได้ แล้วจะดูแลจังหวัดทหารอื่น ๆ ได้อย่างไร ถ้าหากมีเหตุการณ์ปล้นปืน เกิดขึ้นที่ค่ายทหารในจังหวัดอื่น ๆ แล้วจะมีสภาพเละเทะขนาดไหน

และนี่แสดงว่า กองทัพไม่เคยถอดบทเรียนที่เคยถูกปล้นปืนในอดีตเลย เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หน่วยทหารถูกปล้นปืน เพราะตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา มีคนร้ายบุกปล้นปืนจากค่ายทหารไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง แล้ว ใน จ.ยะลา และ จ. นราธิวาส แต่ในการปล้นปืนทุกครั้งที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คนร้ายจะลงมือกันหลายคนและต้องมีการวางแผนหลอกล่อเจ้าหน้าที่ ทั้งยังต้องมีการยิงปะทะกันพอสมควรกว่าจะปล้นปืนออกไปได้ ซึ่งต่างจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โคราชในครั้งนี้ ที่ จ.ส.อ. จักรพันธ์ สามารถลงมือเพียงคนเดียว แบบง่าย ๆ โดยไม่มีการต่อสู้หรือขัดขืนจากหน่วยทหารในพื้นที่เลย

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา เคยมีคำกล่าวว่า "หลับเถิดปวงประชา ทหารกล้าจะคุ้มภัย" แล้วแบบนี้ปวงประชาจะข่มตาหลับลงได้อย่างไร ในเมื่อทหารยังเอาตัวเองไม่รอด

ดังนั้น พล.อ. อภิรัชต์ กับ พล.อ.ประยุทธ์ ก็อย่าเอาแต่พูดว่าปัญหาการกราดยิงที่โคราชเป็นเรื่องขัดแย้งส่วนตัวของทหารไม่กี่คน เพราะเหตุการณ์ปล้นปืนที่เกิดขึ้นที่ค่ายสุรธรรมพิทักษ์มันสะท้อนความล้มเหลวของกองทัพในการป้องกันฐานที่มั่นของตนเองไม่ให้ถูกปล้น จนทำให้ชาวบ้านต้องบาดเจ็บล้มตายไปด้วย ซึ่งทำให้คนไทยและประชาคมโลกสงสัยในขีดความสามารถในการรบและการปกป้องอธิปไตยของประเทศไทย แต่ที่ผ่านมา คนไทยยังไม่ได้ยินว่ากองทัพจะแสดงความรับผิดชอบแบบไหน และจะป้องกันไม่ให้หน่วยทหารถูกปล้นปืนอีกได้อย่างไร เห็นแต่ลีลาการลอยตัวอยู่เหนือปัญหาของผู้บัญชาการทหารบก และการทำท่าแจกมินิฮาร์ทแบบเห่ย ๆ ของ พล.อ. ประยุทธ์ เพื่อเรียกเสียงกรี๊ดจากแม่ยก กับฉากร้องไห้ที่นักแสดงเล่นแข็งเป็นหิน จนคนดูไม่อิน แม้แต่เจ้าซีบร้ายังต้องส่ายหัว ซึ่งสะท้อนถึงภาวะผู้นำที่ล้มเหลว ของ ผู้บัญชาการทหารบก กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น