วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2563

สัมภาษณ์ "จิราพร สินธุไพร" กรณีการแสดงออกทางความคิดของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา และ การตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจติดตามการชุมนุมของพรรคเพื่อไทย

กองบรรณาธิการ TV24 สัมภาษณ์ น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานเพื่อติดตามการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ในคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ถึง การแสดงออกทางความคิดของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ขยายตัวมากขึ้น และ ทางพรรคเพื่อไทยได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจขึ้นเพื่อติดตามสังเกตการณ์ 


ตั้งแต่เหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้เรายังไม่เคยเห็นการออกมาเคลื่อนไหวของนิสิต นักศึกษาที่มากมายขนาดนี้มาก่อน โดยเฉพาะครั้งนี้เป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากคือลงไปถึงระดับที่น้องๆนักเรียนมัธยมศึกษาออกมาเคลื่อนไหวในการจัดกิจกรรมชูสามนิ้วหรือผูกโบว์ขาว เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงสิทธิเสรีภาพจนเกิดกระแสในโซเชียลมีเดีย ติดแฮชแท็กผูกโบว์ขาวต้านเผด็จการต่างๆ ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ยังไม่เคยพบเจอมาก่อน โดยส่วนตัวดิฉันมองว่าโซเชียลมีเดียน่าจะมีผลพอสมควรในกระบวนการเรียนรู้ทางการเมืองของน้องๆนักเรียนระดับมัธยมของเรา 


ด้านคณะทำงานติดตามการชุมนุมฯ ที่ได้จัดตั้งขึ้นมาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานั้น เราได้เริ่มปฏิบัติงานทันที เราได้ติดตามการชุมนุมมาโดยตลอดได้รับการร้องเรียนเรื่องการถูกคุกคาม การถูกละเมิดสิทธิ การลิดรอนสิทธิในการแสดงความเห็นทางการเมืองหลายราย 


ดังนั้นทางพรรคเพื่อไทยและคณะทำงานติดตามการชุมนุมฯ ได้ตัดสินใจทำช่องทางออนไลน์ให้น้องๆ นักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน สามารถที่จะมาร้องเรียนแจ้งปัญหาต่างๆได้ โดยทางเฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทย แล้วเรายังมีคณะทำงาน มีตัวแทน มีอาสาสมัคร ที่พร้อมจะลงพื้นที่ไปเก็บข้อมูล ล่าสุดทางคณะทำงานติดตามการชุมนุมฯ ได้ตั้งเป็นกลุ่มไลน์แชทสามารถบอกเหตุการณ์ต่างๆได้ทันที ซึ่งที่ผ่านมามีการเปิดไลน์แชทไปเมื่อวานนี้ ผ่านไปยังไม่ถึง 24 ชั่วโมง มีคนเข้าร่วมพันกว่าคนแล้ว มีการส่งเคสต่างๆเข้ามา ปรากฎว่ามีปัญหาในโรงเรียนต่างๆกว่า 50 แห่งเลยทีเดียว 


ปัญหาเริ่มตั้งแต่ถูกคุณครูหรือทางโรงเรียน ขู่ตัดคะแนน ขู่ให้สอบตก ขู่ว่าจะไล่ออก หรือบางทีก็ขู่ไปถึงผู้ปกครอง ที่ร้ายแรงได้รับร้องเรียนว่าโดนทำร้ายร่างกายโดยการตบศรีษะ ตบใบหน้า กรณีนี้น้องเขาก็มีความกังวลถึงความปลอดภัยของตัวเองเหมือนกันว่า กลัวจะเป็นปัญหาไปถึงผู้ปกครองและการดำเนินชีวิตในโรงเรียนหลังจากนี้ ก็อยู่ระหว่างกระบวนการพูดคุยอยู่ และบางกรณีก็ถูกตัดสิทธิ์ได้รับทุน พอเห็นว่าน้องไปชุมนุมก็ตัดสิทธิ์เขา ความอัดอั้นตันใจของน้องๆที่เขาเชื่อว่าคือสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของเขา


นางสาวจิราพร กล่าวต่อว่า การชุมนุมโดยสงบสันติปราศจากอาวุธถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนคนไทยอยู่แล้วที่สามารถกระทำได้ ในกรณีการชุมนุมหรือการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของน้องๆในโรงเรียนก็เช่นเดียวกัน การที่น้องๆออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองเหล่านี้ จริงๆเราควรที่จะยินดีที่เขากล้าแสดงออกถือว่าเป็นการเรียนรู้นอกตำรา เป็นประชาธิปไตยนอกตำรา ทุกวันนี้เราสู้กันด้วยความคิด เพราะฉะนั้นโรงเรียนต้องไม่ปิดกั้นการแสดงออก ไม่ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของนักเรียน

 

เมื่อถามถึงกรณีการคุกคามนักเรียน และคุณครูภายในโรงเรียนจากผู้มีอำนาจ นางสาวจิราพร เปิดเผยว่า เราได้มีการประสานไปแล้วว่า ไม่ว่าจะเป็นกรณีนักเรียนโดนคุกคามหรือคุณครู อาจารย์ ที่โดนข่มขู่คุกคามมาจากผู้มีอำนาจ ทางคณะทำงานติดตามการชุมนุมฯ ยินดีเข้าไปดูแล หากกรณีไหนที่เป็นกรณีที่ค่อนข้างหนักก็สามารถส่งเรื่องไปยังคณะกรรมาธิการการปกครอง หรือ คณะกรรมาธิการการศึกษา เรียกมาชี้แจงได้เป็นเบื้องต้น


นางสาวจิราพร กล่าวทิ้งท้ายว่า อย่าคิดว่าเขาเป็นเด็กแล้วจะไม่ได้รู้เรื่องการเมืองดีเท่าผู้ใหญ่ อย่าเอาอายุมาเป็นเกณฑ์ตัดสินว่าเด็กไม่เข้าใจการเมืองไม่เข้าใจความเป็นไปของประเทศ เราอย่าลืมว่าเรามีโซเชียลมีเดีย เรามีเทคโนโลยีต่างๆที่นักเรียน นักศึกษา สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆได้เท่ากับผู้ใหญ่ ลองฟังความเห็นของเขาดูอย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่า การที่เขาออกมาเรียกร้องหรือชุมนุมเป็นเพราะว่าเขาไม่ประสาทางการเมือง ไม่มีความรู้ความเข้าใจทางการเมือง เปิดใจรับฟังน้องๆด้วยความเมตตา เชื่อใจ ไว้ใจ วางใจเขา เพราะว่าเขาเหล่านี้คืออนาคตของประเทศ อนาคตของเขาก็คืออนาคตของประเทศไทยของเราในวันข้างหน้า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น