วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560

”เพื่อไทย” ติงรีเซ็ตพรรคการเมือง เปิดทางต่อท่ออำนาจ


นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า “กรณีมีกลุ่มการเมืองเสนอรีเซ็ตสมาชิกพรรคการเมือง ซึ่งกระทบสิทธิประชาชนตามรัฐธรรมนูญและสุ่มเสี่ยงกระทบโรดแมปการเลือกตั้ง ถ้าสังเกตให้ดีกลุ่มการเมืองดังกล่าวจะเป็นคนหน้าเดิมที่ไม่ยอมรับกติกาบ้านเมือง เคยจุดประเด็นการเมืองจนนำไปสู่ความขัดแย้ง และมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองให้ผู้มีอำนาจในปัจจุบันได้ปกครองประเทศด้วยอำนาจพิเศษมา 3 ปีกว่า ซึ่งชาวโลกไม่ยอมรับไม่ปฏิสัมพันธ์ทางการค้าด้วย จนกว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังเช่น EU ได้ส่งสัญญาณมาเมื่อเร็วๆนี้ ดังนั้น การจุดประเด็นรีเซ็ตสมาชิกพรรคการเมืองครั้งนี้ จะเป็นการร่วมมือกันในการต่อท่ออำนาจหรือไม่? หรือจะเป็นการทวงบุญคุณกันหรือไม่? ซึ่งไม่ว่าจะเป็นประการใดล้วนส่งสัญญาณขัดขวางการเดินหน้าสู่ประชาธิปไตย”
     
โดย นายชวลิต ได้ตั้งข้อสังเกตอยู่ 3 ประการ ที่จะฝากรัฐบาล กรธ. สนช. และสังคมช่วยกันพิจารณา ดังนี้
       
1. ประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองมาเป็นเวลาหลายปี เคยใช้สิทธิเลือกตั้งหลายครั้ง เขาทำผิดอะไร? ถึงจะไปตัดสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ เมื่อมาใหม่ ก็ต้องก่อร่างสร้างตัว ไม่ใช่ใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรม ทำลายผู้อื่น ซึ่งสังคมอารยะเขาไม่ทำกัน
       
2. กรธ. จะต้องรับผิดชอบป้องกัน พรป.พรรคการเมืองอย่างเต็มกำลัง เพราะช่วงการพิจารณาร่าง พรป.ดังกล่าว กรธ. ได้ทำหน้าที่ชี้แจงแสดงเหตุผลนานัปการว่า พรป.นี้เหมาะสมและสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ประการสำคัญ พรป.นี้ยังไม่ได้ใช้เลย เพราะมีคำสั่ง คสช. ตาม มาตรา 44 กำกับอยู่ หากจะมีการแก้ไขตามแรงกดดันดังกล่าว แสดงว่า กรธ. และ สนช. บกพร่อง และไม่รอบคอบใช่หรือไม่? และทั้ง กรธ. และ สนช. จะรับผิดชอบต่อประชาชนอย่างไร? โดยเฉพาะสมาชิกพรรคการเมืองที่ไม่ได้ทำอะไรผิด
       
3. ประการสำคัญ ช่วง 3 ปีเศษที่ผ่านมา ฝ่ายบริหารของรัฐบาลได้ประกาศ ได้แถลง ได้ให้สัมภาษณ์ครั้งแล้วครั้งเล่า จนนับไม่ถ้วน “ให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎหมาย” แต่การที่รัฐบาลไม่ปฏิบัติตาม พรป.พรรคการเมืองที่รัฐบาลเป็นผู้ออกมาเสียเอง รัฐบาลจะตอบประชาชนและชาวโลกอย่างไร? การที่รัฐบาลไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่รัฐบาลออกมาเสียเอง นับเป็นการทำลายความเชื่อมั่นประเทศอย่างร้ายแรง ชาวโลกและนักลงทุนที่ไหนจะมาเชื่อมั่นประเทศนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอับอายมาก

นายชวลิต กล่าวในที่สุดว่า “สวนดุสิตโพลเปิดเผยผลสำรวจสิ่งที่อยากให้รัฐบาลแก้ไขเป็นลำดับแรก คือ ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ซึ่ง 3 ปีเศษที่ผ่านมาสำรวจครั้งใดปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง จะเป็นปัญหาที่ประชาชนเดือดร้อนที่สุด ดังนั้น ปีใหม่ ปี 2561 ที่จะถึงนี้ ผมขอของขวัญจากรัฐบาลที่จะให้กับประชาชน คือ การสร้างความเชื่อมั่นประเทศด้วยการปฏิบัติตามกฎหมายและคืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชนตามเวลาที่รับปากไว้กับประชาชนและชาวโลก เมื่อความเชื่อมั่นประเทศกลับคืนมา ผมเชื่อว่าจะเป็นต้นธารที่จะนำพาประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองและประชาชนมีความสุขสวัสดี”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น