วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2563

"วัฒนรักษ์" ชี้ ผู้นำที่ดีควรฟังมากกว่าพูด

“วัฒนรักษ์” เตือนรัฐบาลอย่ากีดกันคำแนะนำฝ่ายค้าน เพราะคิดว่าเป็นเพียงแค่ผลประโยชน์ทางการเมือง


ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการกิจการพิเศษ และหัวหน้าศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้มีปฏิกริยาตอบสนองตามที่ตนและนักวิชาการได้เคยเสนอ โดยได้ยกเลิกการแจกเงินคนละ 1,000 บาท เพราะเป็นโครงการที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์ค่อนข้างน้อย  พร้อมทั้งยังได้มีการวางแผนให้ข้าราชการทำงานที่บ้านหรือนอกสถานที่ เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีอีกหลายมาตรการ ที่พรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการ ได้เคยนำเสนอยุทธวิธีที่ต่างประเทศใช้แล้วได้ผล  เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับประเทศไทยได้ แต่ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่เห็นว่ารัฐบาลได้นำคำแนะนำดีๆ เหล่านั้นมาใช้ การที่ประเทศไทยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ล่าช้า จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาได้ลำบากในอนาคต ประชาชนขาดความเชื่อมั่น ใครจะกล้ามาลุงทุน ใครจะกล้าใช้เงิน ถ้าหากรัฐบาลรีบดำเนินการการบริหารจัดการโรคระบาด เปิดเผยความจริงให้กับประชาชนทราบ จะได้ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย ที่ต้องกังวลอยู่แบบกลัวๆ กล้าๆ โดยไม่รู้ว่าวันไหนอาจติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และจะมีหนทางแก้ไขได้อย่างไร

ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ กล่าวอีกว่า ถึงวันนี้ หลายประเทศได้จัดเตรียมแผนการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไว้แล้ว ไม่รู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ได้วางแผนการแก้ไขปัญหานี้แล้วหรือยัง เพราะถ้าหากเราจะรอจนโรคระบาดหาย ก็คงจะช้ากว่าประเทศอื่นๆไปอีกหนึ่งก้าว ตนจึงขอเสนอสิ่งที่รัฐบาลสามารถทำได้เลย นอกจากเป็นการลดการแพร่ระบาดโควิด-19 แลัวยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจไปด้วยดังนี้

1. ให้ กสทช. สนับสนุนประชาชนโดยให้ใช้อินเทอร์เน็ตฟรี 1 ปี ซึ่งนอกจากเป็นการลดความเสี่ยง ของการแพร่ระบาดโควิด-19 แล้วยังเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น ง่ายต่อการติดต่อระหว่างบุคคลและองค์กร เพื่อเสริมสร้างความรู้ และส่งเสริมการค้าขายของออนไลน์

2. ให้ไปรษณีย์ไทยลดค่าขนส่งลงร้อยละ 50 เพราะมีสาขาทั่วประเทศ ง่ายต่อการลดต้นทุนการขนส่ง โดยเป็นการส่งเสริมให้คนไทยใช้บริการหน่วยงานภาครัฐของคนไทยและ ลดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจ  ถึงเวลาที่ไปรษณีย์ไทยจะต้องปรับตัว ปัจจุบันธุรกิจด้านการขนส่งมีการแข่งขันจำนวนมาก แต่ไปรษณีย์ไทยถือว่าได้เปรียบ เพราะแม้ว่าค่าบริการจะลดลงแต่หากลูกค้ามากก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นตามอัตราส่วน

3.  รัฐบาลควรรีบเร่งแก้ไขปัญหาค่าครองชีพสูงและปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นอย่างจริงจัง  จากการที่รัฐบาลมีแต่ขึ้นภาษี เก็บภาษีเพิ่ม ทำให้สินค้าทุกอย่างมีราคาแพงและปรับขึ้นราคา แต่ประชาชนกลับมีรายได้ที่ลดลง ดังนั้นรัฐบาลต้องควบคุมราคาสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพ และลดราคาน้ำมัน เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง

4. ภาวะเศรษกิจตกต่ำ เงินบาทแข็ง ใครได้ประโยชน์ การลดค่าเงินบาท เพื่อช่วยเหลือการส่งออก โดยอัดฉีดงบประมาณแก้ไขให้ตรงจุด เพราะปัญหาในปัจจุบันคือประชาชนขาดเงินสด ไม่มีเงินจะใช้ ที่สำคัญต้องมีมาตรการให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถกู้เงินธนาคารได้ ปล่อยดอกเบี้ยร้อยละ 1 เพิ่มขึ้นจากอัตราเงินกู้ เพราะถ้าหากรากฐานแข็งแรง คนไทยก็จะอยู่ได้

5. รัฐบาลควรเร่งออกนโยบายตั้งกองทุนช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจ และสร้างความมั่นใจให้ต่างชาติและคนไทยเปิดธุรกิจในประเทศไทย หากเราสร้างงานได้ ก็สามารถช่วยเหลือวิกฤติเศรษฐกิจไทยได้ เพราะหากเศรษฐกิจไม่ดี สถานประกอบการขาดทุนจนต้องปิดธุรกิจ ทำให้คนไทยตกงานเป็นจำนวนมาก

ดังนั้นรัฐบาลจึงไม่ควรคิดว่าคำแนะนำของฝ่ายค้านและนักวิชาการ เป็นเพียงแค่ผลประโยชน์ทางการเมือง ควรมองผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก เปรียบเสมือนถ้าหากวันนี้เรามีคนป่วยที่ต้องการออกซิเจน แต่กลับให้ทานยาแก้ปวด คนเหล่านี้ก็คงไม่รอด ซึ่งผู้นำที่ดีควรฟังมากกว่าพูด ถ้าหากวันนี้พล.อ.ประยุทธ์ เปิดใจฟังสิ่งดีๆ ที่มีคนแนะและนำไปใช้ ก็จะทำให้สามารถผ่านวิกฤตโรคระบาด และพิษเศรษฐกิจไปได้อย่างแน่นอน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น