วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

"เจ้าคุณประสาร" แนะรัฐอย่าเลือกปฏิบัติ ไม่เสมอภาค-สันติไม่เกิด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในฐานะ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาระบุว่า

ในความเป็นจริงแล้วปัจจุบันปัญหาของคณะสงฆ์ไม่ได้เกิดขึ้นแต่ภายในของคณะสงฆ์เองเป็นฐานเริ่มต้นก่อตัวแห่งปัญหา

แต่ปัญหาเกิดจากบุคคลบางกลุ่มบางพวกที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่มการเมืองและกลุ่มอำนาจรัฐ เซ็ตเรื่อง เซ็ตระบบ เซ็ตปัญหา เพื่อโยงใยความขัดแย้งทั้งหมดโยนเข้ามาสู่วงการคณะสงฆ์ เพื่อให้คนทั่วไปมองว่าคณะสงฆ์ในปัจจุบันมีแต่ปัญหา มีความขัดแย้ง ซุกของเน่าของเหม็นไว้ใต้พรม เมื่อเป็นแบบนี้แล้วจะต้องได้รับการแก้ไขและปฏิรูปทั้งระบบโดยด่วน

การกระทำของกลุ่มบุคคลดังกล่าวเป้าหมายที่แท้จริงนั้นไม่ได้คิดและหวังดีต่อคณะสงฆ์ตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด

เป้าหมายที่แท้จริงกลับไปอยู่ที่ผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องเป็นสำคัญ ยกตัวอย่าง เช่น ต้องการจะฉีก พ.ร.บ.สงฆ์ ล้มการปกครองคณะสงฆ์โดยมหาเถรสมาคมและนำไปสู่การปกครองภายใต้ พ.ร.บ.สงฆ์ฉบับใหม่ที่พวกเขากำหนดขึ้นมาเอง เช่น พ.ร.บ.พุทธบริษัท เป็นต้น

สำหรับการปฏิบัติการของคนกลุ่มนี้จะมีการจะวางแผนงานอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างเรื่อง สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายสับสนดังที่กล่าวมา วิธีการเช่นนี้รัฐบาลมองไม่เห็นว่าเป็นปัญหาหรือวิเคราะห์แยกแยะไม่ออก และแม้กระทั่งหน่วยงานของรัฐด้านการข่าว เช่น การข่าวด้านความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ที่มีอยู่ในประเทศนี้จะไม่รายงานข้อเท็จจริงและความเคลื่อนไหวที่ผิดธรรมชาติเหล่านี้ให้รัฐบาลได้ทราบข้อมูล ข้อเท็จจริงบ้างเลยหรือ

สำหรับ 3 ประเด็นหลักที่ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงนั้นมีข้อน่าสังเกต ดังนี้

1.การทำประชาพิจารณ์ ในเรื่องนี้ปัญหาเกิดจากฝ่ายรัฐบาลโดยแท้ รัฐบาลพูดให้ข่าวตั้งแต่ต้น เช่น เรื่องดีเบตพระ เวลานี้ก็เรื่องการทำประชาพิจารณ์ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช พอถูกท้วงติงจากพระสงฆ์และหลายภาคส่วน โฆษกก็ออกมาแก้ข่าวว่า ไม่เคยมีแนวคิดในเรื่องนี้ ทั้งที่ฝ่ายรัฐเป็นฝ่ายออกมาพูด สำหรับกรณีการทำประชาพิจารณ์ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช แค่คิดก็เป็นตลกร้ายในวงการสงฆ์แล้ว

2.ปัญหาของพระให้พระจัดการกันเอง บนพื้นฐานที่ไม่ขัดแย้ง ในเรื่องดังกล่าว ถ้าเป็นปัญหาภายในของคณะสงฆ์จริงๆ และพระรูปนั้นยอมรับกฎหมายสงฆ์ กฎหมายบ้านเมือง คณะสงฆ์ก็สามารถจะบริหาร จัดการและแก้ปัญหาภายในนี้ได้ แต่ปัจจุบันปัญหาเรื่องนี้ ทั้งเรื่องตัวบุคคลและเรื่องราวทั้งปวงที่บานปลายมาจนทุกวันนี้เริ่มต้นมาจากเรื่องการเมือง กลุ่มการเมืองและโยงใยร้อยรัดถึงอำนาจฝ่ายรัฐ ฝ่ายที่มีอำนาจรัฐอยู่ในมือในขณะนี้

ข้อเสนอง่ายๆ ที่สามารถทำได้ ทำได้เลยและหยุดชะงักยับยั้งได้ทันทีก็คือ ให้ "รัฐบาลกระซิบบอกพระบางรูปและคนบางคนให้หยุดสร้างความขัดแย้งในวงการสงฆ์ได้แล้ว" ให้หยุดทันที วิธีนี้ง่ายที่สุด ดีที่สุด เห็นผลในทันที ดีกว่าวิธีที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ เสนอมาเสียอีก..ดีกว่าเยอะ

3.การแก้ปัญหา ให้ยึดหลัก พ.ร.บ.สงฆ์ กฎหมาย พระธรรมวินัย และยังพูดย้ำอีกว่า ทั้งพระภิกษุ ข้าราชการ และประชาชน ถ้าทำผิดกฎหมาย ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน

ประเด็นนี้สำคัญมาก สำคัญจริงๆ อยากถามไปที่ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ใครกันเล่าที่เพิกเฉย ละเลย ไม่ปฏิบัติตามทั้ง พ.ร.บ.สงฆ์ กฎหมายและพระธรรมวินัย
ใคร คนใด กลุ่มไหน ตอบได้หรือไม่ ตอบได้ไหม ?

ย้ำอีกครั้ง สำหรับคำพูดหรือวลีเด็ดที่ว่า "ทั้งพระภิกษุ ข้าราชการและประชาชน ถ้าทำผิดกฎหมาย ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน" ขอให้ทุกฝ่ายจดจำและท่องวลีนี้ให้ขึ้นใจ

สิ่งสำคัญที่สุด ที่คนมองเห็นและรับรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรมในประเทศนี้คือ การปฏิบัติหรือการกระทำ ไม่ใช่คำพูด ไม่ใช่วจีที่ไพเราะ แต่ไม่ได้ปฏิบัติตาม กฎหมายในประเทศนี้จะต้องอำนวยความยุติธรรมกับทุกคนทุกฝ่ายอย่างเสมอภาคกัน ไม่เว้นพระเว้นโยม ไม่เว้นพรรคเว้นพวก ไม่เว้นแม้แต่คนที่มีบุญคุณเกื้อหนุนกันมาให้ขึ้นสู่ตำแหน่งหน้าที่ และไม่เว้นแม้แต่อาจารย์ของตนเอง ไม่มีข้อยกเว้นจริงๆ

โปรดอย่าเลือกปฏิบัติ หรือบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็งเอาจริงเอาจังกับคนบางคนบางกลุ่ม แล้วแกล้งเพิกเฉย ละเลยไม่บังคับใช้กับบางกลุ่มบางพวก จนกลายเป็นปัญหาใหญ่โตของประเทศและลุกลามเข้ามาสู่วงการสงฆ์เหมือนในปัจจุบัน

บ้านเมืองต้องมีความยุติธรรม (อวิโรธนะ) พระภิกษุ ข้าราชการและประชาชน จะต้องได้รับการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเสมอภาคกันอย่างแท้จริง ไม่ใช่สักแต่พูด ไม่เช่นนั้น ความสงบ ปรองดองและสันติ จะไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นในประเทศนี้อย่างแน่นอน

พระเมธีธรรมาจารย์ (เจ้าคุณประสาร จนฺทสาโร)
‪#‎เจ้าคุณประสาร‬
26 กุมภาพันธ์ 2559

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น