วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

"สุดารัตน์" หนุนคืนอำนาจประชาชน เป็นทางออกประเทศ

เครือข่ายภาคประชาชน ครป. และ 30 องค์กรประชาธิปไตย จัดการประชุมทางการเมือง เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญและความขัดแย้งทางการเมือง เรียกร้องให้รัฐสภาทั้ง ส.ส. และ ส.ว. โหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญและความขัดแย้งเพื่อเป็นทางออกให้ประเทศไทยในหัวข้อ "บทบาทรัฐสภาในการโหวตแก้รัฐธรรมนูญ 7 ญัตติ กับจุดเปลี่ยนประเทศไทย" ณ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวเปิดโดย คุณอดุลย์ เขียวบริบูรณ์  ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 นำอภิปรายโดย รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ประธาน ครป. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานผู้ก่อตั้งสถาบันสร้างไทย ดำเนินรายการโดย คุณเมธา มาสขาว เลขาธิการ ครป. และร่วมแลกเปลี่ยนโดยผู้แทนภาคประชาชนและภาคการเมือง อาทิ คุณสรัสวดี หุ่นพยนต์  องค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (P-Net) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ คุณโบว์ ณัฐฏา มหัทธนา กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง คุณธิษะณา ชุณหะวัณ กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า ฯลฯ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และประธานผู้ก่อตั้งสถาบันสร้างไทย กล่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญขึ้นอยู่กับความจริงใจ 3 ทางออกของประเทศไทย คือ หนึ่ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันที่ 17 พ.ย.นี้จะเป็นวันเริ่มต้น และภายในกลางเดือนธันวาคม 63 จะต้องรับร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 3 วาระ และเข้าสู่กระบวนการประชามติ เพื่อเลือก ส.ส.ร.โดยเร็วที่สุด และตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ส่วนที่มาของ ส.ส.ร. ต้องเลือกตั้ง ทั้ง 3 เรื่องต้องผ่าน ส.ส.ร.จะทำงานไม่เกิน 8 เดือน ซึ่งไม่เกินปลายปี 64 จะได้เลือกตั้งโดยรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน สอง ตั้งคณะกรรมการหาทางออกประเทศไทย โดยให้มีกฎหมายมารองรับ จำนวน 4-5 มาตรา เพื่อสร้างเวทีที่ปลอดภัย และมีผู้ที่เป็นกลาง ผู้เห็นต่าง นายกฯเป็นคู่ขัดแย้งต้องเข้ามา โดยให้ยุติคดีผู้ชุมนุมชั่วคราวก่อน การพูดในเวทีนี้ไม่ผิดกฎหมาย และเมื่อได้ข้อยุติแล้วให้ทำเป็นสองทาง ถ้าเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญให้ส่งที่ ส.ส.ร. แต่ถ้าเกี่ยวกับข้าราชการต้องให้ไปปฏิบัติ โดยฝ่ายรัฐสภาและเสนอหน่วยงานราชการไปปฏิบัติ ถ้าไม่ปฏิบัติถือว่าผิดมาตรา 157 ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 3-5 เดือน เพราะไม่สามารถให้เกิดการชุมชุมไปเรื่อย ๆ ไม่ได้ ยิ่งผู้ชุมนุมเจอคดี ยิ่งนำไปสู่ความขัดแย้งและล่มสลาย

“สุดท้ายต้องเป็นความเสียสละของท่านนายกฯ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ เพราะนายกฯ คือศูนย์กลางความขัดแย้ง ถ้าท่านนายกฯบอกว่าเหนื่อยมาก เสียสละทำงานมาหลายปี อยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข เดินได้ ครั้งนี้ล่ะค่ะจะเป็นความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ของนายกฯ เมื่อมีการรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 7 ฉบับ กลางเดือนธันวาคม 63 ท่านนายกฯ เสียสละลาออก และให้มีการเลือกคนเป็นนายกรัฐมนตรีในสภาในระบบ ใครก็ได้ มาชั่วคราว เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้น ไม่เกินสิ้นปีหน้ายุบสภา ใช้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเลือกตั้งปลายปี 64 คืนอำนาจให้กับประชาชน ดิฉันขอเสนอเป็นโรดแมป 3 ข้อ” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว










ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น